รางวัลอีกโนเบล

การวิจัยเชิงปริมาณและการวิจัยเชิงคุณภาพ

วรชัย ทองไทย This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

   การวิจัยเป็นขบวนการศึกษาค้นคว้าอย่างเป็นระบบ เพื่อแก้ไขปัญหาหรือค้นหาข้อเท็จจริง รวมทั้งเป็นการสร้างองค์ความรู้ใหม่จากองค์ความรู้เดิมที่มีอยู่แล้ว ได้แก่ ความรู้เกี่ยวกับธรรมชาติ มนุษย์ วัฒนธรรม และสังคม ความรู้ใหม่อาจเกิดขึ้นด้วยการพิสูจน์ทฤษฎีที่มีอยู่แล้วว่าถูกหรือผิดก็ได้

   การวิจัยจะใช้วิธีอุปนัย (inductive) และอนุมาน (deductive) ในการวิเคราะห์ โดยที่วิธีอุปนัยเป็นการวิเคราะห์ปรากฏการณ์ที่สังเกตเห็น ด้วยการชี้ให้เห็นถึงหลักการทั่วไป โครงสร้าง หรือขบวนการทำงานที่อยู่เบื้องหลังปรากฏการณ์ที่กำลังศึกษา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาคำอธิบาย

   ส่วนวิธีอนุมานเป็นการพิสูจน์สมมุติฐานที่ตั้งไว้ด้วยข้อมูลเชิงประจักษ์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทดสอบความถูกต้องของคำอธิบาย

   ขั้นตอนของการวิจัยประกอบด้วย การกำหนดปัญหาการวิจัย ทบทวนองค์ความรู้ ตั้งวัตถุประสงค์ กำหนดคำถามการวิจัย สร้างกรอบแนวความคิด ตั้งสมมุติฐาน หาแหล่งข้อมูลหรือเลือกวิธีเก็บข้อมูล ทำการเก็บข้อมูล ประมวลผลข้อมูล วิเคราะห์และแปรผลข้อมูล จัดทำรายงานวิจัย และนำเสนอผลการวิจัย

   การวิจัยแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ การวิจัยพื้นฐานหรือการวิจัยบริสุทธิ์ และการวิจัยประยุกต์  สำหรับการวิจัยพื้นฐานมีจุดหมายเพื่อให้ได้ความรู้ความเข้าใจในธรรมชาติ ที่มักจะไม่ค่อยมีผลต่อการดำเนินชีวิตนัก ส่วนการวิจัยประยุกต์มีจุดหมายที่จะนำความรู้ที่ได้ไปใช้ประโยชน์ ซึ่งสามารถก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในชีวิตจริงได้

   การวิจัยทางสังคมศาสตร์หรือการวิจัยทางสังคม เป็นการวิจัยที่แตกแขนงมาจากการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ จึงทำให้มีสิ่งที่คล้ายกันคือ การวิเคราะห์โดยใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์ที่วัดได้ เพื่อนำไปสู่ข้อสรุปหรือผลลัพธ์ อย่างไรก็ตาม ในขณะที่นักวิทยาศาสตร์ใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์ นักสังคมศาสตร์จะใช้การวิจัยเชิงประมาณ (quantitative research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (qualitative research)

  การวิจัยเชิงปริมาณเป็นการวิจัยเพื่อแก้ปัญหาด้วยการเก็บข้อมูลที่วัดได้ หรือข้อมูลที่แปรเป็นตัวเลขได้ เพื่อจะได้นำไปใช้ในการวิเคราะห์ โดยใช้แบบจำลองทางสถิติและทฤษฎีทางคณิตศาสตร์ มีการพิสูจน์สมมุติฐาน ใช้วิธีอนุมานในการวิเคราะห์  เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริง และค้นพบแบบแผนของตัวแปร เช่น ความคิดเห็น ทัศนคติ พฤติกรรม เป็นต้น เพราะข้อมูลมาจากตัวอย่างขนาดใหญ่ที่ได้มาด้วยการสุ่มตัวอย่างและมีการเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้สามารถนำไปใช้ได้ในสถานการณ์ทั่วไป

   การวิจัยเชิงคุณภาพเป็นการวิจัยเพื่อทำความเข้าใจถึงสิ่งที่อยู่เบื้องหลังเหตุผล ความคิดเห็น หรือแรงจูงใจ เพื่อที่จะให้ข้อมูลเชิงลึกในการแก้ไขปัญหา หรือช่วยพัฒนาแนวความคิดหรือสมมุติฐาน เพื่อใช้สำหรับการวิจัยเชิงปริมาณ การเก็บข้อมูลมักจะใช้วิธีแบบไม่มีโครงสร้างหรือกึ่งโครงสร้าง โดยขนาดตัวอย่างจะมีจำนวนน้อย และตัวอย่างก็เป็นการคัดเลือก ดังนั้น ผลลัพธ์ที่ได้จึงอธิบายได้เฉพาะในกลุ่มที่ศึกษา

   ความแตกต่างของการวิจัยเชิงปริมาณและการวิจัยเชิงคุณภาพสรุปได้ดังนี้

การวิจัยเชิงปริมาณ

การวิจัยเชิงคุณภาพ

เป็นวัตถุวิสัย (objective)

เป็นจิตวิสัย (subjective)

มีจุดสนใจที่กระชับและแคบ

มีจุดสนใจที่ซับซ้อนและกว้าง

สนใจในตัวแปร

สนใจในบุคคล

แยกส่วน

องค์รวม

เป็นการทดสอบทฤษฎี

เป็นการพัฒนาทฤษฎี

ใช้วิธีอนุมานในการวิเคราะห์ข้อมูล

ใช้วิธีอุปนัยในการวิเคราะห์ข้อมูล

เพื่อที่จะได้ความรู้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของสาเหตุและผลลัพธ์

เพื่อที่จะได้ความรู้ในเรื่องความหมายและได้ค้นพบสิ่งใหม่ๆ

ใช้ตัวเลขและสถิติในการวิเคราะห์

ใช้คำพูดและการเล่าเรื่องราวในการวิเคราะห์

ให้คำตอบเดียวที่สามารถวัดได้และนำไปใช้ได้ในสถานการณ์ทั่วไป

ให้หลายคำตอบที่เปลี่ยนแปลงไปตามการแปลความหมายของแต่ละบุคคล

 

   สำหรับวิธีวิจัยที่ใช้ในการวิจัยเชิงปริมาณ ได้แก่ การวิเคราะห์เชิงสถิติ การวิเคราะห์ตัวแปรพหุ การวิเคราะห์สมการถดถอย การวิจัยสำรวจ การวิเคราะห์เครือข่ายสังคม การวิจัยตลาด เป็นต้น

   ส่วนวิธีวิจัยที่ใช้ในการวิจัยเชิงคุณภาพ ได้แก่ การอภิปรายกลุ่ม การสัมภาษณ์ การสังเกตแบบมีส่วนร่วม กรณีศึกษา ชาติพันธุ์วรรณา ประวัติชีวิต เป็นต้น

   ในกรณีที่นักวิจัยเลือกทำวิจัยโดยใช้วิธีการสังเกตแบบมีส่วนร่วม นักวิจัยจะต้องเข้าไปอยู่อาศัยในสังคมที่ศึกษา เพื่อจะได้ทำตัวให้ผสมกลมกลืนไปกับสังคมนั้น ๆ ถึงแม้ว่าจะเป็นสังคมของสัตว์ก็ตาม ดังนั้นรางวัลอีกโนเบลสาขาชีววิทยาปีล่าสุด (พ.ศ. 2559) จึงมีผู้ได้รับรางวัลถึง 2 คน คนแรกคือ Charles Foster นักวิจัยจากสหราชอาณาจักร ที่ต้องทำตัวให้เหมือนกับสัตว์ที่เขาได้ร่วมอาศัยอยู่ด้วยในป่า โดยสัตว์ที่ศึกษามี 5 ชนิด ได้แก่ หมาหริ่ง นาก กวาง สุนัขจิ้งจอก และนก ส่วนอีกคนหนึ่งคือThomas Thwaites นักวิจัยจากสหราชอาณาจักรเช่นกัน ที่ได้คิดค้นแขนและขาเทียม ซึ่งเมื่อใส่แล้วจะได้เดินเหมือนกับแพะ เพื่อที่จะได้ใช้ชีวิตอยู่บนเชิงเขาร่วมกับฝูงแพะ (ดังรูป) 

 

Thomas Thwaites ในขณะที่ใส่แขนและขาเทียม

 

รางวัลอีกโนเบล: รางวัลที่ทำให้ขำ แล้วจึงได้คิด

Since 25 December 2012