เวทีวิจัยประชากรและสังคม

ฤา..การอยู่คนเดียวจะสุ่มเสี่ยงต่อความเปราะบาง?

ศุทธิดา ชวนวัน This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

ปัจจุบันประเทศไทยได้เข้าสู่ยุค “เกิดน้อย อายุยืน” ประชากรที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่คนหนุ่มสาวอยู่เป็นโสดเพิ่มขึ้น มีการเลื่อนอายุการสมรสออกไปและมีลูกกันน้อยลง ในปี 2562 ประเทศไทยมีสัดส่วนประชากรสูงอายุสูงถึงร้อยละ 19 ของประชากรทั้งหมด3 การเปลี่ยนแปลงทางประชากรดังกล่าวส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างครอบครัวไทยที่มีขนาดลดลง รูปแบบของครอบครัวที่มีความหลากหลายมากขึ้น แนวโน้มที่สูงขึ้นของผู้สูงอายุที่ต้องอาศัยอยู่ตามลำพัง ต้องห่างไกล จากลูก หลาน และญาติ ทำให้อยู่ในสภาวะที่เปราะบางอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

งานวิจัยเรื่อง “การดูแลผู้สูงอายุในครัวเรือนซึ่งมีรูปแบบการอยู่อาศัยที่หลากหลายในสังคมไทย เพื่อประเมินความเข้มแข็งและความต้องการสนับสนุนของครัวเรือน” ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการดูแลผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ในครัวเรือนเปราะบางในรูปแบบการอยู่อาศัยต่างๆ

ในบทความนี้จะนำเสนอประเด็นหลักที่ได้จากการศึกษา ผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ตามลำพังคนเดียว และอาศัยอยู่ตามลำพังกับคู่สมรสเท่านั้น เพราะจากผลการศึกษาได้ข้อค้นพบว่า ผู้สูงอายุทั้งสองกลุ่มนี้ เป็นกลุ่มแรกๆ ที่จะต้องเฝ้าระวังในเรื่องการได้รับการดูแลมากกว่าผู้สูงอายุกลุ่มอื่นที่ยังมีลูก หลาน ญาติพี่น้องอาศัยอยู่ด้วย

ในปี 2553 จากทั่วโลก 143 ประเทศ มีผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ตามลำพังคนเดียวประมาณร้อยละ 12 โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศในทวีปยุโรป ในขณะที่ผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่กับคู่สมรสเท่านั้นพบสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 15 โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้สูงอายุในทวีปยุโรปและอเมริกาเหนือ สำหรับผู้สูงอายุในทวีปเอเชียและแอฟริกา จะมีสัดส่วนของผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ตามลำพังคนเดียวและคู่สมรสเท่านั้นอยู่ในสัดส่วนน้อยกว่า แต่ก็มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นกัน1

สำหรับประเทศไทย ผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ตามลำพังคนเดียว หรืออยู่ตามลำพังกับคู่สมรสเท่านั้นมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเช่นกัน ในอดีตเมื่อปี 2513 ผู้สูงอายุที่อยู่ตามลำพังคนเดียวมีเพียงร้อยละ 3.7 และมีผู้สูงอายุอาศัยอยู่กับคู่สมรสเท่านั้นเพียงร้อยละ 6.31 ในปี 2560 ผู้สูงอายุที่อยู่ตามลำพังคนเดียวได้เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 11.4 และร้อยละ 21.5 ในผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ตามลำพังกับคู่สมรสเท่านั้น4

ยิ่งอายุมากขึ้น ยิ่งอยู่ตามลำพังมากขึ้น โดยเฉพาะผู้สูงอายุหญิง4 เพราะผู้หญิงมีอายุยืนยาวมากกว่าผู้ชาย ในปี 2562 อายุคาดเฉลี่ยที่อายุ 60 ปีของผู้หญิงคือ 22.8 ปี และผู้ชาย 17.1 ปี2

ผู้สูงอายุในเขตเมืองอยู่คนเดียว มากกว่าผู้สูงอายุในเขตชนบท ในขณะที่ผู้สูงอายุในเขตชนบท อยู่กับคู่สมรสเท่านั้นมากกว่า การอยู่อาศัยทั้งสองรูปแบบนี้พบมากในผู้สูงอายุในภาคเหนือของประเทศไทย (ร้อยละ 13.5 ในผู้สูงอายุที่อยู่คนเดียว, ร้อยละ 25.9 ในผู้สูงอายุที่อยู่กับคู่สมรสเท่านั้น)4

ผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ตามลำพังคนเดียวมีแนวโน้มที่จะอาศัยอยู่ใกล้ลูก มากกว่าผู้สูงอายุที่อยู่ตามลำพังกับคู่สมรสเท่านั้น4 แม้ว่าผู้สูงอายุที่อยู่ตามลำพังคนเดียวจะถูกมองว่าเป็นกลุ่มผู้สูงอายุที่น่าเป็นห่วง เพราะต้องอาศัยอยู่ตามลำพังคนเดียว แต่ผู้สูงอายุกลุ่มนี้ไม่ได้จัดอยู่ในประเภทของความเปราะบางเสมอไปเพราะมีลูกอาศัยอยู่ใกล้ๆ

ผลการศึกษาในเชิงคุณภาพได้สะท้อนให้เห็นว่า ผู้สูงอายุที่อยู่ตามลำพังคนเดียวมีความต้องการให้เพื่อนบ้านหรือคนในชุมชนมาเยี่ยมเยียน พบปะพูดคุยบ้าง เพื่อคลายความเหงาและเพื่อลดความกังวลหากมีปัญหาสุขภาพ หรืออุบัติเหตุเกิดขึ้นโดยไม่มีใครรู้ ปัญหากลัวตายตามลำพังคนเดียว เป็นปัญหาหนึ่งที่ผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่คนเดียวโดยไร้ญาติขาดมิตรมีความกังวลใจ จึงมีความต้องการให้มีคนมาช่วยดูแลแวะเวียนทักทายประจำวัน

งานวิจัยนี้อาจช่วยสะท้อนให้เห็นว่า รูปแบบการอยู่อาศัยของผู้สูงอายุ ไม่ได้เป็นตัวกำหนดทำให้ผู้สูงอายุมีความเปราะบาง แต่จะมีผลมาจากปัจจัยต่างๆ เช่น การมีภาวะเจ็บป่วย ความยากจน ความพิการ ความสัมพันธ์ในครัวเรือน การมีลูกอาศัยอยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน ฯลฯ ที่ส่งผลทำให้ผู้สูงอายุเกิดความเปราะบางได้ รูปแบบการอยู่อาศัยของผู้สูงอายุที่มีความเปราะบางในด้านของการดูแลดังเช่นการอาศัยอยู่ตามลำพังคนเดียวหรืออยู่กับคู่สมรสเท่านั้น ได้ถูกนิยามไว้เพื่อให้เกิดการเฝ้าระวังว่า ผู้สูงอายุในรูปแบบการอยู่อาศัยดังกล่าวมีความเสี่ยงที่จะเป็นกลุ่มเปราะบางเพราะไม่มีผู้ดูแล หรือเป็นหน้าที่ที่ครอบครัวหรือสังคมจะต้องช่วยกันดูแล เพื่อให้ผู้สูงอายุกลุ่มนี้อาศัยอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข สามารถอยู่คนเดียวได้โดยการดูแลตนเองได้เป็นระยะเวลานาน

 

ภาพโดย: ศุทธิดา ชวนวัน

 


เอกสารอ้างอิง

United Nations, Department of Economic and Social Affairs, PopulationDivision (2018). Database on the Households and Living Arrangements of Older Persons 2018.

สถาบันวิจัยประชากรและสังคม.(2562). สารประชากร มหาวิทยาลัยมหิดล. นครปฐม: สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2556). การคาดประมาณประชากรของประเทศไทย พ.ศ.2553-2583. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ.

สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2560). การสำรวจประชากรสูงอายุในประเทศไทย พ.ศ. 2560. กรุงเทพฯ: สำนักงานสถิติแห่งชาติ.

ถ้อยแถลง

ถ้อยแถลงจากคณะผู้จัดทำจดหมายข่าวประชากรและการพัฒนาฯ

“... กาลเวลาหมุนเปลี่ยนเวียนไป นำพาความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นมากมายในโลกยุคปัจจุบัน...”

อ่านต่อ >>

ประชากรท่องโลก

Since 25 December 2012