เพื่อนซี้ดีเมนเชีย

จงจิตต์ ฤทธิรงค์  This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

ข่าวการหายตัวออกไปจากบ้านพักในเขตลาดพร้าวของข้าราชการเกษียณอายุท่านหนึ่งเมื่อประมาณปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา นับเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความตระหนกตกใจให้กับครอบครัวเป็นอย่างมาก ครอบครัวได้ประกาศติดตามตัวท่านผ่านสื่อต่างๆ หลังจากที่ท่านหายออกไปจากบ้าน 2 วัน โชคดีที่มีคนขับแท็กซี่พลเมืองดี พบท่านบริเวณบางใหญ่ จึงได้ประสานงานกับจส. 100 นำตัวท่านกลับบ้านอย่างปลอดภัย

ข้าราชการเกษียณอายุท่านนี้ยังมีร่างกายแข็งแรง สามารถช่วยเหลือตนเองได้ทุกอย่าง ด้วยวัย 82 ปี ท่านยังจำเรื่องราวเกี่ยวกับตัวเองได้ มีเพียงอาการหลงลืมในบางเรื่องที่เป็นข้อจำกัดในการทำกิจกรรมบางอย่างในชีวิต ปัญหาสำคัญคือ ท่านจะอยากออกไปทำงานนอกบ้าน แต่ท่านจำวิธีการเดินทางและเส้นทางไม่ได้ บุตรสาวของท่านเล่าว่า ปกติจะขับรถรับ-ส่งท่านไปทำงาน บางวันที่ไม่มีคนอยู่บ้านก็จะล็อคประตูไว้ แต่บางทีท่านก็ปีนรั้วออกไปได้ ในวันเกิดเหตุไม่ได้ล็อคประตูบ้าน เพราะเกรงว่าถ้าท่านปีนรั้วออกไปจะได้รับอันตรายยิ่งกว่าการหลงทาง อาการเช่นนี้เป็นอาการของผู้ที่มีภาวะสมองเสื่อมหรือดีเมนเชีย ซึ่งเป็นอาการที่พบบ่อยในกลุ่มผู้สูงอายุ

อาการของดีเมนเชียที่อาจจะเกิดขึ้นกับผู้สูงอายุหรือญาติผู้ใหญ่คนใกล้ตัวเช่นนี้ไม่ใช่เป็นเรื่องใหม่ แต่ปรากฏการณ์เช่นนี้กำลังจะได้พบเห็นมากขึ้น เพราะสังคมของเรากำลังมีผู้สูงอายุเป็นจำนวนมากขึ้น

            ดีเมนเชีย เป็น อาการทางสมองชนิดหนึ่งที่ทำให้ความสามารถในการคิดและจดจำลดลงจนมีผลต่อการดำเนินชีวิต อาจเรียกได้ว่ามีภาวะสมองเสื่อม มักพบมากในผู้สูงอายุ เพราะสังขารที่เสื่อมถอยลง หรือ อาจเป็นผลมาจากโรคต่างๆ เช่น โรคหลอดเลือดในสมอง การติดเชื้อทางระบบประสาท ภาวะซึมเศร้า หรืออาจเกิดจากใช้สารเสพติดเป็นระยะเวลานาน ดีเมนเชียที่เป็นกันมากที่สุด คือ อัลไซเมอร์

อัลไซเมอร์เป็นอาการดีเมนเชียชนิดหนึ่ง ที่ผู้ป่วยจะสูญเสียความทรงจำระยะสั้น นอกจากอาการหลงลืมแล้ว ผู้ป่วยดีเมนเชียอาจจะมีปัญหาทางด้านอารมณ์ เช่น มีพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปเป็นก้าวร้าว กระวนกระวาย และหงุดหงิดง่าย มีปัญหาด้านภาษา และแรงจูงใจลดลง การดูแลผู้สูงอายุที่มีอาการดีเมนเชียนั้นจึงไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะยาไม่สามารถรักษาให้อาการสมองที่เสื่อมไปแล้วนั้น กลับคืนสู่ภาวะปกติได้

Alzheimer’s Disease International (ADI) ประเมินว่าจะมีผู้ป่วยด้วยดีเมนเชียประมาณ 30 ล้านคนทั่วโลก มีผู้ป่วยรายใหม่ปีละ 4.6 ล้านคน หรือ จะมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้น 1 คนในทุกๆ 7 วินาที ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่กำลังเผชิญสถานการณ์ที่มีจำนวนผู้ป่วยด้วยดีเมนเชียนี้เป็นจำนวนมาก เนื่องมากจากญี่ปุ่นมีสัดส่วนประชากรสูงอายุ 65 ปีขึ้นไปถึงร้อยละ 25 หรือ จำนวนประมาณ 30 ล้านคน หนึ่งในสี่ของผู้สูงอายุหรือจำนวนประมาณ 4.6 ล้านคนป่วยเป็นดีเมนเชีย  แม้จะเป็นประเทศแถวหน้าที่เตรียมระบบสวัสดิการเพื่อผู้สูงอายุอย่างเพรียบพร้อม ญี่ปุ่นยังคงมีแนวคิดให้ครอบครัวและชุมชนเป็นผู้ดูแลผู้สูงอายุกันเอง ซึ่งอาจจะไม่จำเป็นต้องมาอยู่สถานสงเคราะห์ หรือ โรงพยาบาล (age in place) ญี่ปุ่นจึงได้จัดให้มีโครงการส่งเสริมภาวะการอยู่อาศัยที่เป็นมิตรกับผู้สูงอายุขึ้นในชุมชน อย่างเช่น Dementia friendly community ที่ผู้เขียนขอแปลเป็นไทยว่า โครงการชุมชนเป็นมิตรกับผู้ป่วยดีเมนเชีย

ท่านผู้อ่านอาจสงสัยว่า ผู้ป่วยดีเมนเชียจะเป็นมิตรที่น่าคบได้อย่างไร ที่จริงแล้วผู้ป่วยด้วยโรคนี้ยังคงต้องการเพื่อน โครงการชุมชนเป็นมิตรกับผู้ป่วยดีเมนเชียจึงเกิดขึ้น ภายใต้การสนับสนุนจากรัฐบาลญี่ปุ่นให้ดำเนินการในทุกชุมชนทั่วประเทศ มีการจัดกิจกรรมหลากหลาย เช่น การจัดแข่งขันกีฬาซอฟต์บอลสำหรับผู้ป่วยดีเมนเชีย ร้านกาแฟดีเมนเชีย (Dementia cafe) และอีกส่วนหนึ่งของการดำเนินโครงการคือ การจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ (workshop) โดยให้ผู้เข้าประชุมได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่ผู้ป่วยขาดการติดต่อกับสังคม และให้ความรู้และลดทัศนคติทางลบต่อผู้ป่วยดีเมนเชีย ซึ่งส่วนมากเป็นผู้สูงอายุ โครงการฯ รับสมัครบุคคลทั่วไป ทั้งวัยรุ่นและวัยสูงอายุที่อาสาทำหน้าที่เป็นเพื่อนของผู้ป่วย และจัดอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับอาการและการดูแลผู้ป่วย ผู้ที่ผ่านการอบรมสามารถอาสาไปพูดคุยเป็นเพื่อนกับผู้ป่วยที่พบในชุมชน และชวนทำกิจกรรมง่ายๆ ที่ไม่จำเป็นต้องใช้ทักษะทางการแพทย์ เช่น อ่านหนังสือ เล่นเกม ร้องเพลง เล่นดนตรี ผลลัพธ์จากการทำกิจกรรมดังกล่าวเป็นที่น่าพอใจ

ร้านกาแฟดีเมนเชีย (Dementia cafe)*

ตัวอย่างงานวิจัยทางการแพทย์ที่แสดงในการประชุม The 2nd Global Forum ที่จัดขึ้นโดยองค์การอนามัยโลก เมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2558 ได้ยืนยันผลลัพธ์จากการทำกิจกรรมเหล่านี้กับผู้ป่วย

ดีเมนเชียชาวญี่ปุ่น ว่าสามารถช่วยให้ผู้ป่วยที่นอนติดเตียงที่ไม่ตอบสนองกับสิ่งแวดล้อม สามารถกลับมาพูดคุยโต้ตอบได้ดีขึ้น ส่วนผู้ที่มีอาการกระวนกระวาย หรือไม่สามารถสะกดคำง่ายๆ ได้ จะมีสมาธิและสามารถอ่านหนังสือหรือทำกิจกรรมอื่นๆ ได้ดีขึ้น แม้ว่าผู้สูงอายุที่มีอาการดีเมนเชียจะไม่สามารถฟื้นสมองให้กลับคืนมาทำงานได้ดังเดิม แต่ผู้สูงอายุเหล่านี้สามารถพูดคุยและช่วยเหลือตนเองได้มากขึ้น โครงการนี้จึงถือได้ว่าเป็นกิจกรรมสร้างสรรค์และสร้างประโยชน์ให้สังคม อีกทั้งช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาของรัฐ ไม่เพียงช่วยให้ผู้สูงอายุที่ป่วยด้วยดีเมนเชียมีรอยยิ้มที่กว้างขึ้น แต่อาสาสมัครก็ยิ้มได้กว้างขึ้นด้วยเช่นกัน ญี่ปุ่นเผยเคล็ดลับความสำเร็จอย่างยั่งยืนของโครงการชุมชนเป็นมิตรกับผู้ป่วยดีเมนเชียว่า สมาชิกในชุมชนทุกคนต้องร่วมกันมีบทบาทในเรื่องนี้ ไม่เพียงองค์กรพัฒนาเอกชน แต่รวมถึงภาคธุรกิจ และโรงเรียนในชุมชนด้วย

 

นักเรียนทำกิจกรรมกับผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นดีเมนเชีย*

ผู้สูงอายุที่มีอาการดีเมนเชียมีระดับความรุนแรงของอาการแตกต่างกัน บางคนยังดูแลตัวเองทำ.กิจวัตรประจำวันได้ด้วยตนเอง หรือ ต้องการความช่วยเหลือบ้าง หรือบางคนต้องนอนติดเตียง ความต้องการการดูแลจึงแตกต่างกันไปด้วย แต่สิ่งที่เหมือนกันคือ ผู้สูงอายุที่ป่วยด้วยดีเมนเชียเหล่านี้ต้องการการดูแลระยะยาว ประเทศไทยไม่ได้นิ่งนอนใจกับปัญหาจำนวนผู้ป่วยดีเมนเชีย กรมอนามัยได้จัดให้มีการพัฒนาและจัดทำฐานข้อมูล การอบรมอาสาสมัคร การพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข เพื่อเตรียมพร้อมรับมือสังคมสูงวัย โดยให้ชุมชนมีส่วนร่วม ภายใต้ชื่อ “ตำบลดูแลสุขภาพผู้สูงอายุระยะยาว” ซึ่งนับเป็นโครงการที่จะเป็นประโยชน์แก่ครอบครัวผู้สูงอายุเป็นอย่างมาก ถ้าจะให้ดียิ่งขึ้นไปอีกก็อาจจัดให้มีอาสาสมัครที่มีจิตอาสาทำหน้าที่เป็นเพื่อนผู้สูงอายุที่ป่วยด้วยอาการดีเมนเชีย ท่านจะได้ไม่อยู่อย่างเงียบเหงา เก็บตัวอยู่ในบ้าน ด้วยเหตุเพราะเป็นโรคที่เพื่อนบ้านไม่เข้าใจ หากพวกเขามีคนเข้าอกเข้าใจ คอยชวนกันทำกิจกรรมสนุกสร้างสรรค์ ท่านอาจจะได้ “เพื่อนซี้ ดีเมนเชีย” ที่ผูกพันไม่แพ้คนทั่วไปก็เป็นได้


 

*ที่มา: Guide to a Dementia Friendly Community: Ideas for cross-sector and cross-generation initiatives, Global Communication Centre, International University of Japan

Since 25 December 2012