รางวัลอีกโนเบล

โลกร้อน

วรชัย ทองไทย This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

ธรรมชาติเป็นธรรม เป็นความจริงแท้ เพราะขึ้นอยู่กับเหตุปัจจัย กล่าวคือ ปรากฏการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นจะเป็นไปตามเหตุปัจจัย เหตุคือต้นเหตุหรือสาเหตุที่ทำให้เกิดหรือเป็นไป และปัจจัยคือสิ่งแวดล้อมทั้งหมด นอกจากนี้ ธรรมชาติยังเป็นองค์รวมและมีความสมดุล นั่นคือ ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นจะมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทั้งหมด ไม่แต่เฉพาะปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งเท่านั้น และผลกระทบจะเกิดขึ้นต่อกันเรื่อยๆ เป็นลูกโช่ จนกระทั่งกลับมาอยู่ในสภาพสมดุลอีกครั้ง

ความจริงแท้หรือธรรมชาติอีกข้อหนึ่งคือ ความเป็นอนิจจัง ไม่คงที่ และเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา นั่นคือ สิ่งต่างๆ จะเกิดขึ้นตั้งอยู่ และดับไป แต่ก็ไม่หายไปไหน เพราะเมื่อมีเหตุปัจจัย ก็ต้องมีผลตามมา หมุนเวียนไปเรื่อยๆ เป็นวัฏจักร

โลกมีบรรยากาศที่ประกอบด้วยไอน้ำ. และแก๊สกักความร้อนที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์เรือนกระจก (คาร์บอนไดออกไซด์ร้อยละ82 มีเทนร้อยละ 9 ไนตรัสออกไซด์ร้อยละ 5 และอื่นๆ ร้อยละ 4) บรรยากาศของโลกทำตัวเหมือนกระจก ที่ยอมให้ความร้อนจากแสงอาทิตย์ส่องผ่านสู่โลกได้ แต่จะกักความร้อนเอาไว้ไม่ให้สะท้อนออกไป เหมือนกับเรือนกระจกที่ใช้ปลูกต้นไม้ในเมืองหนาว ดังนั้น แก๊สกักความร้อนจึงมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “แก๊สเรือนกระจก”

ปรากฏการณ์เรือนกระจกนี้ ทำให้โลกมีอุณหภูมิเหมาะสมสำหรับการดำรงชีวิตของมนุษย์ สัตว์ และพืช ต่างกับดาวเคราะห์เพื่อนบ้าน เช่น ดาวอังคารและดาวศุกร์ โดยดาวอังคารมีปรากฏการณ์เรือนกระจกน้อยมาก ทำให้อากาศเย็นเกินไปสำหรับสิ่งมีชีวิต ในทางตรงกันข้ามดาวศุกร์กลับมีปรากฏการณ์เรือนกระจกสูงมาก ทำให้อากาศร้อนเกินไปสำหรับสิ่งมีชีวิตเช่นกัน

ความสมดุลตามธรรมชาติของบรรยากาศโลกนี้เกิดขึ้นได้เพราะมีการหมุนเวียนหรือนำกลับมาใช้ใหม่ของ “น้ำ” และ “คาร์บอน” ซึ่งเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของสิ่งมีชีวิต

“วัฏจักรน้ำ” เป็นการหมุนเวียนของน้ำบนโลก เริ่มจากความร้อนจากแสงอาทิตย์ที่ทำให้น้ำบนผิวโลกระเหยกลายเป็นไอ ลอยขึ้นไปบนอากาศ เมื่อไอน้ำกระทบความเย็นก็กลายเป็นละอองน้ำเล็กๆ ที่เราเห็นเป็นเมฆ จากนั้นละอองน้ำจะรวมตัวเป็นหยดน้ำ และตกลงมาเป็นหิมะ ลูกเห็บ และฝน หิมะจะถูกสะสมไว้บนยอดเขาสูงและบริเวณขั้วโลก ซึ่งจะละลายเป็นน้ำในฤดูร้อน ส่วนฝนเมื่อตกถึงพื้นโลกก็จะไหลไปรวมกันเป็นห้วย บึง คลอง แม่น้ำ และมหาสมุทร จากนั้นก็จะระเหยอีกครั้งเป็นวัฏจักร

ส่วน “วัฏจักรคาร์บอน” คือการหมุนเวียนของคาร์บอนที่มีการแลกเปลี่ยนระหว่างสิ่งมีชีวิต พื้นดิน น้ำ และบรรยากาศในโลก โดยเริ่มจากในรูปของคาร์บอนไดออกไซด์ ที่ถูกพืชดึงออกมาสังเคราะห์ด้วยแสงแดด เพื่อใช้เป็นอาหารและบางส่วนเก็บสะสมไว้ในรูปของคาร์โบไฮเดรต และถูกถ่ายทอดไปตามห่วงโซ่อาหาร สุดท้ายจะถูกปล่อยกลับสู่บรรยากาศด้วยการหายใจ หรือด้วยการย่อยสลายของสิ่งมีชีวิตที่ตายลง ในรูปของคาร์บอนไดออกไซด์หรือมีเทน

เนื่องจากแก๊สเรือนกระจกกว่า 8 ใน 10 เป็นคาร์บอนไดออกไซด์ วัฏจักรคาร์บอนจึงมีส่วนสำคัญในการควบคุมอุณหภูมิของโลก แต่เพราะพลังงานส่วนใหญ่ในโลกมาจากเชื้อเพลิงฟอสซิล (น้ำมันปิโตรเลียม ถ่านหิน และแก๊สธรรมชาติ) อันเกิดจากการทับถมของซากสัตว์และพืช ใต้พื้นโลกเป็นเวลาหลายร้อยล้านปี ดังนั้น เมื่อเชื้อเพลิงฟอสซิลถูกเผาไหม้ คาร์บอนที่สะสมอยู่ จะถูกปล่อยออกมาในรูปของคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งมีมากกว่าที่ธรรมชาติจะดึงกลับออกไปได้ จึงส่งผลให้อุณหภูมิเฉลี่ยบนผิวโลกสูงขึ้นเรื่อยๆ เราเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า “โลกร้อน” (global warming)

ปรากฏการณ์โลกร้อนจะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อันมีผลกระทบต่อมนุษย์ ได้แก่ ลมฟ้าอากาศแปรปรวนและรุนแรง ที่ทำให้เกิดพายุหมุนและลมงวงช้าง ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายแก่บ้านเรือนและชีวิต คลื่นอากาศร้อนที่ทำให้เกิดไฟป่า ฝนและหิมะไม่ตกตามฤดูกาล อันส่งผลให้เกิดน้ำท่วมหรือภัยแล้ง หิมะตกน้อยลงบนยอดเขาทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำ คู คลองน้อยลง และมีผลกระทบต่อการเกษตร ธารน้ำแข็งละลายทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมในบริเวณชายฝั่งทะเล มหาสมุทรร้อนขึ้นและมีสภาพเป็นกรดมากขึ้น อันมีผลต่อปลาและสัตว์น้ำ ซึ่งเป็นแหล่งอาหารของมนุษย์

นักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่เชื่อว่า ปรากฏการณ์โลกร้อนเกิดจากการกระทำของมนุษย์ เราจึงสามารถป้องกันไม่ให้โลกร้อนได้ ด้วยการลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล และหันไปใช้พลังงานสะอาด ได้แก่ พลังงานลม พลังงานแสงแดด พลังงานน้ำ พลังงานชีวมวล พลังงานไฮโดรเจน และแก๊สชีวภาพหรือไบโอแก๊ส

การใช้พลังงานน้อยลง หรือใช้อย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพ เป็นอีกทางหนึ่งที่จะลดปริมาณแก๊สเรือนกระจกเช่นเดียวกับ การลดปริมาณไอเสียจากรถยนต์ ซึ่งนอกจากจะมีผลต่อแก๊สเรือนกระจกแล้ว ยังมีผลโดยตรงต่อสุขภาพของผู้คนในเมืองด้วย ดังจะเห็นได้จากภาพกรุงปักกิ่งที่ถูกปกคลุมด้วยหมอกควัน ที่ส่วนหนึ่งมาจากไอเสียรถยนต์

 

รูป ทางด่วนในกรุงปักกิ่งที่ปกคลุมด้วยหมอกควันโดยส่วนหนึ่งมาจากไอเสียรถยนต์

ในปี พ.ศ. 2559 รางวัลอีกโนเบล สาขาเคมี จึงได้มอบให้บริษัทผลิตรถยนต์โฟล์คสวาเก้น ที่แก้ปัญหาการปล่อยสารมลพิษของรถยนต์ได้ ด้วยการติดตั้งกลไกอิเล็กทรอนิกส์อัตโนมัติ ที่ทำให้รถยนต์ปล่อยสารมลพิษน้อยลง เฉพาะในเวลาที่ถูกตรวจสอบด้วยเครื่องมือวัดปริมาณไอเสียเท่านั้น

ที่น่าสนใจคือ โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump: ประธานาธิบดีสหรัฐฯ) กลับมีความเห็นว่า ปรากฏการณ์โลกร้อนเป็นเรื่องที่ถูกกุขึ้น และไม่เชื่อในหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ว่า โลกร้อนเป็นเรื่องจริง ทรัมป์ จึงอาจจะเป็นผู้ได้รับรางวัลอีกโนเบล สาขาพิทักษ์สิ่งแวดล้อมในปีหน้าก็ได้

รางวัลอีกโนเบล: รางวัลสำหรับงานวิจัย “ที่ทำให้หัวเราะก่อนคิด”

Since 25 December 2012