จงจิตต์ ฤทธิรงค์ และ อภิชาติ จำรัสฤทธิรงค์
This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. ; This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.


“…การพัฒนาจะต้องเป็นไปตามภูมิประเทศทางภูมิศาสตร์ และภูมิประเทศทางสังคมศาสตร์ ในสังคมวิทยา คือ นิสัยใจคอของคนเราจะไปบังคับให้คนอื่นคิดอย่างอื่นไม่ได้ เราต้องแนะนำ เราเข้าไปช่วยโดยที่จะคิดให้เขาเข้ากับเราไม่ได้ แต่ถ้าเราเข้าไปแล้ว เราเข้าไปดูว่าเขาต้องการอะไรจริงๆ แล้วก็อธิบายให้เขาเข้าใจหลักการของการพัฒนานี้ก็จะเกิดประโยชน์อย่างยิ่ง....”

พระราชดำรัส

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช


 

 

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ทรงเป็นกษัตริย์นักพัฒนา พระองค์ทรงริเริ่มโครงการพัฒนามากถึง 4,447 โครงการ เพื่อช่วยเหลือประชาชนให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

พระองค์ทรงเคยตอบนักข่าวต่างชาติที่ถามว่า มีแผนการทำงานอย่างไร พระองค์ทรงตอบสั้นๆ ว่า “ไม่มีแผน เพียงแต่ลงมือทำ เพราะคิดว่าจะเป็นประโยชน์” คำตอบนี้แสดงถึงพระปณิธานอันแน่วแน่ โดยมิได้หมายความว่าพระองค์ทรงงานอย่างไม่เป็นระบบ แต่เป็นเพราะพระองค์ท่านประจักษ์ถึงความทุกข์ยากของประชาชนอยู่เสมอ และความทุกข์ยากนั้นอาจเกิดขึ้นอย่างฉับพลันจากภัยพิบัติ ที่มิอาจคาดการณ์ล่วงหน้าได้

หนังสือ “หลักการทรงงานในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” ที่จัดทำขึ้นโดยสำนักคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงาน โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนัก กปร.) แสดงหลักการทรงงานของพระองค์ในหลายแง่มุมของ มิใช่เพียงด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเท่านั้น แต่เป็นการ “วิจัยและพัฒนา” ทางสังคมด้วย บทความนี้ขอน้อมนำหลักการทำงาน ซึ่งเป็นลักษณะของนักวิจัย ที่สามารถเป็นต้นแบบให้กับงานวิจัยทางสังคมทั้งหลาย

“ศึกษาข้อมูลอย่างเป็นระบบ” ก่อนที่พระองค์จะพระราชทานโครงการใดๆ พระองค์จะทรงศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดและเป็นระบบ ทั้งจากข้อมูลเบื้องต้น เอกสาร แผนที่ สอบถามจากเจ้าหน้าที่และนักวิชาการ พระองค์ยังทรงเดินทางไปพบราษฎรในพื้นที่ และสอบถามให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจนด้วยพระองค์เอง เพื่อพระราชทานความช่วยเหลือได้อย่างถูกต้องและรวดเร็วตรงตามความต้องการของประชาชน

“ภูมิสังคม” นอกจากศึกษาข้อมูลทางภูมิประเทศของบริเวณที่จะพระราชทานความช่วยเหลือแล้ว พระองค์ยังทรงคำ.นึงถึงหลักทางสังคมวิทยา เกี่ยวกับนิสัยใจคอของคน และวัฒนธรรมท้องถิ่นที่มีความแตกต่างกัน พระองค์จะสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนให้มีสภาพพร้อมที่จะรับการพัฒนาเสียก่อน แล้วจึงค่อยออกมาสู่สังคมภายนอก ไม่ใช่นำเอาความเจริญหรือบุคคลจากสังคมภายนอกเข้าไปหาชุมชนหมู่บ้านที่ยังไม่ทันได้มีโอกาสเตรียมตัวหรือตั้งตัว

“ไม่ติดตำรา” การพัฒนาตามแนวพระราชดำ.ริมีลักษณะที่ยืดหยุ่น ไม่ยึดติดกับหลักวิชาการ โครงการที่เกิดขึ้นจึงใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับสภาพความเป็นอยู่ที่แท้จริง และสอดคล้องกับสภาพแวดล้อม และสภาพสังคมจิตวิทยาแห่งชุมชน 

“ขาดทุนคือกำไร” การเสีย คือ การได้เป็นประโยคที่อธิบายแนวคิดที่ต้องยอมเสียสละหรือขาดทุนเพื่อผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้น และทำให้ประชาชนอยู่ดีมีสุข ซึ่งไม่อาจจะประเมินมูลค่าเป็นเงินได้ พระองค์ทรงบรรยายเกี่ยวกับโครงการแก้มลิง แนวคิดและวิธีการสร้าง ในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2538 ให้แก่นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี และข้าราชบริพารที่มาเข้าเฝ้าในวันนั้น รวมทั้งประชาชนทั่วไปที่รับชมพระราชดำรัสผ่านการถ่ายทอดทางโทรทัศน์ได้เข้าใจและร่วมกันสร้างเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมที่เกิดซ้ำทุกปี สิ่งที่ทรงเน้นย้ำคือ ต้องไม่ทำให้ประชาชนเดือดร้อน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงเป็นต้นแบบของนักวิจัยและพัฒนา หากนักวิจัยทุกคนได้น้อมนำหลักการทรงงานที่ต้องศึกษาข้อมูลอย่างเป็นระบบ คำนึงถึงบริบททางสังคมและวัฒนธรรมของชุมชน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยไม่ยึดติดกับตำรา และถือประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้งแล้ว จึงจะถือได้ว่าการวิจัยนั้น ได้สร้างประโยชน์และเป็นการพัฒนาที่สมบูรณ์และยั่งยืน หลักการทรงงานนี้จะเป็นแนวทางให้ “นักวิจัยและพัฒนา” ได้ยึดถือปฏิบัติ เพื่อดำเนินตามรอยพระบาทและทำประโยชน์ให้แก่ประชาชนและประเทศชาติต่อไปตามพระราชปณิธาน

ที่มา:    สำนักคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงาน โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนัก กปร.) “หลักการทรงงานในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว”

 

Since 25 December 2012