ประเด็นทางประชากรและสังคม

“เด็กไทย...ไม่เฉื่อย”
โครงการวิจัยเพื่อลดพฤติกรรมเนือยนิ่งในเด็กและวัยรุ่นไทย

ชาตินัย หวานวาจา, ปิยวัฒน์ เกตุวงศา This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. ; This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

“เฉื่อย” คำสั้นๆ ที่บ่งชี้ถึงการแสดงออกของพฤติกรรมที่เป็นไปในลักษณะเชื่องช้า อืดอาดยืดยาด เนือย ไม่กระฉับกระเฉง (พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน, 2554) ขณะที่คำว่า “เนือย หรือเนือยนิ่ง (Sedentary behavior)” เป็นคำที่ให้ความหมายในเชิงสภาวะของพฤติกรรมบางช่วงเวลา บางวัน หรือบางพฤติกรรม องค์การอนามัยโลกได้ให้ความหมายของพฤติกรรมเนือยนิ่ง ว่าหมายถึง พฤติกรรมใดๆ ที่บุคคลปฏิบัติระหว่างช่วงเวลาตื่นในช่วงวันซึ่งเป็นพฤติกรรมที่มีการเคลื่อนไหวไปมาของร่างกายน้อย มีการใช้พลังงานของร่างกายน้อย (WHO, 2011) พฤติกรรมเนือยนิ่งที่ว่านี้ เป็นพฤติกรรมในกลุ่มของการนั่งและนอนเล่นในกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นนั่งเรียน นั่งทำงาน นั่งใช้คอมพิวเตอร์ นั่งอ่านหนังสือ นั่งประชุม นั่งเล่นเกม นั่งเล่นนั่งคุย นอนดูโทรทัศน์ นั่งในรถโดยสารหรือเดินทาง รวมไปถึงที่พบมากในปัจจุบันคือ กลุ่มพฤติกรรมการใช้หน้าจอมือถือ แท็บเล็ต นั่นเอง

ข้อมูลจากการสำรวจการมีกิจกรรมทางกายของคนไทยล่าสุดเมื่อปี 2558 ชี้ให้เห็นว่า คนไทยใช้เวลาโดยเฉลี่ยวันละ 13 ชั่วโมง 54 นาที ไปกับพฤติกรรมเนือยนิ่ง ซึ่งถือว่าเพิ่มขึ้นจาก 3 ปีก่อนประมาณ 40 นาที (สถาบันวิจัยประชากรและสังคม, 2558) ในกลุ่มประชากรวัยเด็กและวัยรุ่นก็เช่นกัน ผลจากความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและสื่อมัลติมีเดียที่มีบทบาทมากขึ้นในชีวิต รวมทั้งราคาที่ถูกลง ทำให้เด็กไทยจำนวนมากกลายเป็นเด็กติดจอ ติดเกม และติดเฟส ภาพที่เด็กไทยออกไปวิ่งเล่นซุกซน ดีดลูกแก้ว เป่ากบ กระโดดยาง ปั่นจักรยาน ปีนต้นไม้ จับแมลง ฯลฯ รวมถึงการทำกิจกรรมกลางแจ้งกับเพื่อนๆ ดูเหมือนจะเลือนหายไปพร้อมกับอดีต ในทางกลับกันภาพเด็กนั่งเล่นสมาร์ทโฟน หรือ แท็บเล็ต เล่นเกมคอมพิวเตอร์ รวมถึงการอยู่หน้าจอโทรทัศน์ เป็นเวลานานๆ กลับชัดเจน และเห็นจนชินตาในปัจจุบัน

สถานการณ์ดังกล่าวนี้ ส่งผลทางลบต่อการเสริมสร้างพัฒนาการทางด้านความแข็งแรงของร่างกาย ก่อให้เกิดภาวะน้ำหนักตัวเกินและโรคอ้วน ภาวะสมาธิสั้น รวมถึงขาดโอกาสในการเรียนรู้ สร้างสรรค์จินตนาการ และการเข้าสังคมกับเพื่อนๆ ตามบริบทแวดล้อมและธรรมชาติที่อยู่รอบตัว และหากเราปล่อยให้เด็กไทยสะสมพฤติกรรมเนือยนิ่งมากๆ อย่างต่อเนื่อง พวกเขาก็อาจเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่เฉื่อย ขาดความกระตือรือร้น ขาดความใส่ใจกับสิ่งแวดล้อมรอบตัว ขาดปฏิสัมพันธ์กับสังคมรอบข้างในอนาคต

ด้วยเหตุนี้ สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และโรงเรียนในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการที่เป็นโรงเรียนต้นแบบ 12 โรงเรียน จึงได้ร่วมมือกันดำเนินโครงการวิจัย เด็กไทย...ไม่เฉื่อย (โครงการวิจัยพัฒนานวัตกรรมเชิงกระบวนการเพื่อลดพฤติกรรมเนือยนิ่งในเด็กและวัยรุ่นไทย) ซึ่งเป็นการวิจัยเชิงทดลอง ที่มุ่งเน้นการศึกษาถึงประสิทธิผลของกิจกรรมสอดแทรกของโครงการ อันประกอบด้วยกระบวนการสร้างความเข้าใจและปรับเปลี่ยนทัศนคติ กิจกรรม ตลอดจนการปรับเปลี่ยนและพัฒนาสิ่งแวดล้อมเพื่อสุขภาวะในโรงเรียน (Healthy space) ที่มีความเหมาะสมตามบริบทของโรงเรียนที่นำมาใช้ เพื่อลดพฤติกรรมเนือยนิ่งในกลุ่มเด็กและเยาวชนที่เป็นกลุ่มตัวอย่างของโครงการวิจัย โดยมีเป้าหมายสูงสุดที่การสร้างต้นแบบ และกระบวนการอย่างมีส่วนร่วมที่เหมาะสมในการปรับลดพฤติกรรมเนือยนิ่งของนักเรียนทั้งในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา

การดำเนินโครงการเริ่มต้นด้วยการทำความเข้าใจกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งผู้บริหาร บุคลากรในสถานศึกษา และผู้ปกครอง ให้เล็งเห็นความสำคัญของการเคลื่อนไหวออกแรง ที่จะส่งผลต่อพัฒนาการของเด็ก ตระหนักถึงผลกระทบของการมีพฤติกรรมเนือยนิ่ง และการใช้งานหน้าจอในแง่ที่อาจส่งผลกระทบต่อพฤติกรรม รวมถึงพัฒนาการด้านต่างๆ หลังจากนั้น ผู้บริหารสถานศึกษา คุณครู นักวิจัย และนักเรียนแกนนำ ได้ร่วมกันพัฒนากระบวนการ เช่น พื้นที่สุขภาวะ ตาราง 9 ช่อง อุปกรณ์ยืดเหยียดกล้ามเนื้อ มาประยุกต์ใช้ในการออกแบบและสร้างพื้นที่สุขภาวะในโรงเรียน ซึ่งในปัจจุบันโครงการเด็กไทย...ไม่เฉื่อย กำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการวิจัยในโรงเรียนต้นแบบทั้ง 12 โรงเรียน

ผลของการโครงการวิจัยจะถูกนำมาสังเคราะห์เป็นชุดกิจกรรมและความรู้เชิงกระบวนการในการลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง เพื่อเสนอกระทรวงศึกษาธิการในการต่อยอดกิจกรรมในชั่วโมง “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” ตามนโยบายของรัฐบาล ให้มีความหลากหลายและเหมาะสมกับพัฒนาการตามช่วงวัยของนักเรียนแต่ละระดับ

 

ภาพพื้นที่สุขภาวะในโรงเรียนระดับประถม และมัธยมศึกษา

ที่มา:

  • สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล 2558. รายงานผลการวิจัยโครงการพัฒนาระบบเฝ้าระวังติดตามพฤติกรรมด้านกิจกรรมทางกายของประชากรไทย พ.ศ. 2558. นครปฐม: สถาบันวิจัยประชากรและสังคม
  • ราชบัณฑิตยสถาน.2556 พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔. กรุงเทพฯ: นามมีบุ๊คส์พับลิเคชั่นส์
  • World Health Organization. 2011. Global Physical Activity Questionnaire(GPAQ) Analysis Guide. [Online]. Available: http://www.who.int/chp/steps/resources/GPAQ_Analysis_Guide.pdf.

 

Since 25 December 2012