สถิติน่ารู้

“บุตร” คือแหล่งรายได้หลักของผู้สูงอายุไทย

กาญจนา เทียนลาย This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา โครงสร้างอายุของประชากรไทยได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ประชากรไทยกำลังสูงวัยขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องมาจากอัตราเกิดที่ลดลงอย่างมาก และอายุที่ยืนยาวขึ้นนั่นเอง ปรากฎการณ์ประชากรสูงวัยนี้เกิดขึ้นทั่วโลกในประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น ญี่ปุ่น สิงคโปร์

รายงานสถานการณ์ผู้สูงอายุไทย 2557 นำเสนอแหล่งรายได้หลักของผู้สูงอายุในปี 2557 พบว่า ผู้สูงอายุมีแหล่งรายได้หลักมาจากบุตรมากที่สุด คือ ร้อยละ 37 รองลงมา คือ จากการทำงาน ร้อยละ 34 และเบี้ยยังชีพ ร้อยละ 15 ข้อมูลนี้ชี้ให้เห็นว่าบุตรหลานยังช่วยเหลือเกื้อกูลบิดามารดาที่สูงอายุ ซึ่งเป็นวัฒนธรรมไทยที่ถือว่าลูกที่ดีต้องกตัญญูกตเวทีพ่อแม่ แต่ในขณะเดียวกันผลการสำรวจนี้ได้ชี้ให้เห็นว่า แม้ว่าแหล่งรายได้หลักที่ผู้สูงอายุได้รับจะมาจากบุตร แต่ก็ลดลงอย่างมากและมีแนวโน้มลดลง (การสำรวจในปี 2550 และ 2554 พบว่า รายได้ที่มาจากบุตร คือ ร้อยละ 52 และ 40 ตามลำ.ดับ) ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากการมีลูกน้อยลง การอยู่เป็นโสดมากขึ้น และการอยู่อาศัยที่เปลี่ยนแปลงไปจากครัวเรือนขยายเป็นครัวเรือนเดี่ยว ส่งผลให้ผู้สูงอายุอยู่กันตามลำ.พังมากขึ้น นอกจากนี้ ยังพบว่า มีผู้สูงอายุถึงร้อยละ 15 ที่มีรายได้หลักจากเบี้ยยังชีพจากรัฐบาล คือ เดือนละ 500-1,000 บาท เท่านั้น แม้ว่าตัวเลขจะไม่สูงมาก แต่ในความเป็นจริงการใช้ชีวิตด้วยเงินเดือนละ 500-1,000 บาท แทบจะไม่เพียงพอ

 สังคมไทยในสถานการณ์การสูงวัยของประชากรเช่นนี้ จะต้องตระหนักและเตรียมพร้อมเพื่อรับมือกับประชากรสูงอายุ ทั้งบริการด้านสุขภาพเพื่อรองรับการดูแลสุขภาพผู้สูงวัย และการสนับสนุนให้มีการออมตั้งแต่ในวัยทำงานเพื่อเตรียมความพร้อมในวัยหลังเกษียณเพื่อการเป็นผู้สูงวัยที่มีคุณภาพ หากคาดหวังที่จะพึ่งลูกหลานคงจะเป็นไปได้ยาก เพราะมีลูกกันน้อย รวมทั้งลูกต้องมีภาระเลี้ยงดูครอบครัวของตนทำให้ความสามารถในการเลี้ยงดูพ่อแม่ของตนเองลดน้อยลงด้วย


อ้างอิง:  สำนักงานสถิติแห่งชาติ. ม.ป.ป. รายงานการสำรวจประชากรสูงอายุในประเทศไทย พ.ศ.2557. กรุงเทพฯ: สำนักงานสถิติแห่งชาติ

Since 25 December 2012