ประเด็นประชากรที่น่าสนใจ

การมีสมดุลชีวิตกับการสร้างครอบครัวของเจนวาย

มนสิการ กาญจนะจิตรา This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

สิ่งหนึ่งที่ธุรกิจต่างๆ ทราบกันดีเกี่ยวกับพนักงานเจเนอเรชันวาย (กลุ่มพนักงานที่เกิดในช่วงปี 2525-2548) คือ การให้ความสำคัญกับการมีสมดุลระหว่างชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัว จากการสำรวจภายในของหลายองค์กรขนาดใหญ่ พบว่า สิ่งที่เจนวายให้ความสำคัญมาเป็นอันดับต้นๆ ในการเลือกสถานที่ทำงาน คือ การมีสมดุลในชีวิต

“ความสมดุล” เป็นแนวคิดที่จับต้องยาก สิ่งที่คนหนึ่งมองว่าสมดุล อาจจะไม่สมดุลสำหรับอีกคนหนึ่ง หรือแม้กระทั่งสำหรับคนคนเดียวกัน สิ่งที่รู้สึกว่าสมดุลในวันนี้ อาจจะไม่สมดุลในวันหน้าก็เป็นได้ อย่างไรก็ดี นิยามของสมดุลระหว่างการทำงานและการใช้ชีวิตโดยทั่วไป มักจะกล่าวถึงความพอใจกับการจัดสรรเวลาที่มีอยู่ คือ การใช้เวลาอย่างสมเหตุสมผลในการทำงาน และมีเวลาเพียงพอสำหรับสิ่งอื่นๆ ในชีวิต ซึ่งการจัดสรรเวลาให้พอใจ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของแต่ละคน เช่น มีสถานะทางเศรษฐกิจอย่างไร อายุเท่าไหร่ มีครอบครัวหรือไม่ มีเป้าหมายในชีวิตอย่างไร และมีภาระในชีวิตอื่นๆ อะไรบ้าง

งานวิจัยหลายชิ้นชี้ให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างการมีสมดุลในชีวิตกับการสร้างครอบครัว ทุกคนคงทราบดีว่าการจะมีลูกสักคนนั้น ต้องใช้ทั้งเงินและเวลา สำหรับพ่อแม่ส่วนใหญ่แล้ว หากเป็นไปได้คงอยากจะมีทั้งเงินและเวลาให้กับลูกได้อย่างไม่จำกัด แต่ในความเป็นจริง เวลามีอยู่อย่างจำกัด จึงจำเป็นต้องเลือกว่าจะใช้เวลาที่มีอยู่อย่างไรให้ลงตัวที่สุดสำหรับสถานการณ์ของแต่ละคน เวลาที่ใช้ในการทำงานเพื่อจะหาเงิน มักต้องเบียดเบียนเวลาที่จะได้ใช้กับลูก ในขณะที่เวลาที่ใช้กับลูกโดยมาก นอกจากจะไม่ก่อให้เกิดรายได้ หลายครั้งยังต้องใช้เงินอยู่ไม่น้อย

ดังนั้น หากคนที่กำ.ลังคิดจะมีลูกไม่แน่ใจว่าจะจัดการชีวิตให้สมดุลได้หรือไม่ ก็อาจจะเลือกที่จะพักเรื่องการมีลูกเอาไว้ก่อน จนกว่าคิดว่าจะสามารถจัดการชีวิตให้พร้อมที่จะมีลูกได้ โดยทั่วไปแล้ว ผู้หญิงมักประสบปัญหาเรื่องการจัดการสมดุลในชีวิตมากกว่าผู้ชายเมื่อมีลูก นั่นเป็นเพราะสังคมมองเรื่องการเลี้ยงดูลูกเป็นหน้าที่ของผู้หญิงเป็นหลัก ผู้หญิงจึงมีเรื่องที่ต้องคิดมากกว่าก่อนจะตัดสินใจมีลูก โดยเฉพาะในปัจจุบันที่ผู้หญิงทำงานนอกบ้านไม่ต่างกับผู้ชาย การจะต้องรักษาสมดุลทั้งชีวิตการทำงานและยังต้องมีเวลาเพียงพอให้ลูก เป็นสิ่งท้าทายสำหรับผู้หญิงยุคปัจจุบันหลายคน

หลายประเทศที่ต้องการส่งเสริมการมีบุตรจึงใช้วิธีส่งเสริมสมดุลชีวิต เพื่อดึงดูดให้คนตัดสินใจมีลูกมากขึ้น ตัวอย่างการส่งเสริมสมดุลที่ใช้อย่างแพร่หลาย สามารถแบ่งได้เป็นสองประเภทหลัก ประเภทแรก คือ มาตรการที่ทำให้คนเป็นพ่อแม่สามารถจัดการเวลาที่มีอยู่ได้ดียิ่งขึ้น เช่น การส่งเสริมการทำงานที่ยืดหยุ่น การทำงานพาร์ทไทม์ และการพัฒนาศูนย์เลี้ยงเด็กเล็ก ประเภทที่สอง คือ มาตรการเพื่อเพิ่มรายได้ให้ครอบครัวที่มีบุตร เพื่อช่วยพ่อแม่ที่ต้องสูญเสียรายได้จากการทำงานน้อยลงเนื่องจากต้องมาดูแลบุตร ตัวอย่างมาตรการเช่นนี้ ได้แก่ การให้เงินชดเชยเลี้ยงดูบุตร การลดหย่อนภาษี การช่วยเหลือค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา เป็นต้น

คนไทยในยุคปัจจุบันเริ่มมีลูกกันน้อยลง หากรัฐต้องการจะส่งเสริมการเกิด การเสริมสร้างความสมดุลในชีวิตสำหรับคนรุ่นใหม่อาจเป็นแนวทางหนึ่ง เพื่อช่วยให้มีวิถีชีวิตที่เอื้อต่อการสร้างครอบครัวมากขึ้น

แต่การส่งเสริมสมดุลระหว่างชีวิตการทำ.งานและชีวิตส่วนตัว จะนำไปสู่การตัดสินใจมีลูกมากขึ้นสำหรับคนเจนวายจริงหรือ?

คำถามนี้เป็นคำถามที่ตอบยาก เพราะการตัดสินใจมีลูกขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ซึ่งปัจจัยหนึ่งที่ต้องพิจารณาคือ ค่านิยมของเจนวาย หากเจนวายให้คุณค่ากับการสร้างครอบครัว การมีสมดุลในชีวิตมากขึ้นก็อาจจะนำไปสู่การตัดสินใจมีลูกมากขึ้นได้ แต่ถ้าหากเจนวายให้ความสำคัญกับสิ่งอื่นๆ ในชีวิตมากกว่าการสร้างครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นความก้าวหน้าทางการงาน การท่องเที่ยวเพื่อเพิ่มพูนประสบการณ์ชีวิต การค้นหาตัวเอง การทำงานอดิเรกที่ชื่นชอบ หรือการออกกำลังกายเพื่อดูแลสุขภาพ เวลาหรือเงินที่ได้เพิ่มมาจากการมีสมดุลชีวิตก็อาจจะถูกนำไปใช้เพื่อบรรลุเป้าหมายอื่นๆ ในชีวิตเหล่านั้นมากกว่าเพื่อการสร้างครอบครัว ดังนั้น การส่งเสริมสมดุลชีวิตจึงอาจไม่ได้นำพาให้เจนวายตัดสินใจมีลูกมากขึ้นเสมอไป

ถึงแม้ว่าการส่งเสริมสมดุลระหว่างการทำงานและการใช้ชีวิตอาจไม่ได้ทำให้เจนวายเลือกที่จะมีลูกมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่สำหรับกลุ่มคนที่อยากจะมีลูกอยู่แล้ว การมีสมดุลชีวิตทำให้การตัดสินใจง่ายขึ้น และเมื่อมีลูกแล้ว การมีสมดุลชีวิตจะช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ภายในครอบครัวให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นแนวทางที่รัฐควรให้ความสนใจอยู่แล้ว เพื่อส่งเสริมคุณภาพของสถาบันครอบครัวของประเทศไทยให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น

 

ภาพ: www.threenursery.com

Since 25 December 2012