ปัทมา ว่าพัฒนวงศ์  This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

กระทรวงมหาดไทย โดยสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง มีหน้าที่ประกาศจำนวนประชากรของประเทศ ณ วันสิ้นปี ภายในไม่เกินวันที่ 31 มีนาคมของปีถัดไป ทุกๆ ปี สำหรับปีที่ผ่านมาผู้อำนวยการทะเบียนกลาง ได้ออกประกาศเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559 เรื่องจำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2558 ตามประกาศฯ มีจำนวนราษฎรทั้งสิ้น 65,729,098 คน แบ่งเป็นสัญชาติไทย 64,930,085 คน ไม่ได้สัญชาติไทย 799,013 คน ซึ่งผู้ที่ไม่ได้สัญชาติไทยคิดเป็นร้อยละ 1.2 ของทั้งหมด (ดูตัวอย่างบางส่วนของประกาศได้ในตอนท้ายของบทความ)

ผู้เขียนเป็นนักประชากรศาสตร์ เมื่อเห็นตัวเลขนี้ ความรู้สึกประการแรกคือ ดีใจที่ได้รับทราบตัวเลขประชากรที่เป็นทางการ เพราะต้องการนำมาเปรียบเทียบกับตัวเลขคาดประมาณประชากรที่ได้มีการทำไว้ว่าใกล้เคียงกันหรือไม่ นอกเหนือจากความดีใจแล้ว ความรู้สึกต่อมาก็คือ ประหลาดใจ และอาจกล่าวได้ว่า ความรู้สึกประหลาดใจนั้นมีมากกว่าความรู้สึกดีใจ สิ่งที่ทำ.ให้ผู้เขียนรู้สึกประหลาดใจคือ 1) การประกาศครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่มีการแยกจำนวนราษฎรที่ถือสัญชาติไทยและไม่ใช่สัญชาติไทย (ตามประกาศใช้คำว่า “ไม่ได้สัญชาติไทย”) ออกจากกัน และ 2) จำนวนประชากร ณ ปลายปี 2558 เพิ่มขึ้นจากประกาศของปีก่อนหน้า (พ.ศ. 2557) ถึง 6 แสนคน จากสองประเด็นที่ทำให้รู้สึกประหลาดใจนี้ ได้นำมาซึ่งการค้นหาคำอธิบาย (ตามประสานักประชากรศาสตร์) บทความนี้ต้องการนำเสนอรายละเอียดตัวเลขจำนวนประชากรในประกาศจำนวนราษฎรเปรียบเทียบระหว่าง พ.ศ. 2557 และ 2558 พร้อมทั้งตั้งคำถามกับความแตกต่างที่พบ

  

ตารางต่อไปนี้แสดงข้อมูลประชากร จำนวนเกิด จำนวนตาย เปรียบเทียบระหว่าง พ.ศ. 2557 และ 2558 ตัวเลขเหล่านี้รวบรวมมาจากสถิติประชากรที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ของกรมการปกครอง หัวข้อ ‘ระบบสถิติทางการทะเบียน’ ภายใต้การเลือกประเภทสถิติเป็น ‘จำนวนประชากรแยกรายอายุ’ (http://stat.dopa.go.th/stat/statnew/upstat_age_disp.php) จะเห็นว่า มีการรายงานจำนวนประชากรเมื่อปี 2557 เท่ากับ 65.1 ล้านคนเศษ จากตัวเลขนี้ อัตราเพิ่มประชากร ณ ปี 2558 จึงเท่ากับประมาณร้อยละ 1 อัตราเพิ่มประชากรของประเทศไทยนั้นเคยสูงถึงร้อยละ 3 เมื่อต้นๆ พุทธศตวรรษที่ 25 แต่หลังจากมีโครงการวางแผนครอบครัวแห่งชาติแล้ว อัตราเพิ่มประชากรก็ลดลงมาโดยตลอด ซึ่งเริ่มต่ำกว่าร้อยละ 1 มาตั้งแต่ พ.ศ. 2540 และยังคงลดลงต่อไป แต่ทำไมจู่ๆ เมื่อ พ.ศ. 2558 อัตราเพิ่มประชากรจึงกลับสูงขึ้นอย่างฉับพลันอีกครั้ง

ข้อมูลพ.ศ. 2557พ.ศ.2558ความแตกต่าง (พ.ศ.2558-2557)
จำนวนประชากร ณ 31 ธันวาคม 65,124,716 65,729,098 604,382
  • ผู้ที่มีสัญชาติไทย และมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน
63,954,777 64,220,001 265,224
  • ผู้ที่ไม่ได้สัญชาติไทย และมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน
347,367 674,026 326,659
  • ผู้มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านกลาง (ทะเบียนซึ่งผู้อำนวยการทะเบียนกลางกำหนดให้จัดขึ้นสำหรับลงรายการบุคคลที่ไม่อาจมีชื่อในทเบียนบ้าน)
664,856 675,849 10,993
  • ผู้ที่อยู่ระหว่างการย้าย (ผู้ที่ย้ายออกแต่ยังไม่ได้ย้ายเข้า)
157,716 159,222 1,506
จำนวนเกิด 776,370 736,352  
จำนวนตาย 448,601 456,391  
จำนวนเกิดมากกว่าจำนวนตาย 327,769 279,961  

 หมายเหตุ: รวบรวมจาก http://stat.dopa.go.th/stat/statnew/upstat_age_disp.ph

เมื่อพินิจพิเคราะห์ตัวเลขต่างๆ ในตารางตามวิถีทางแบบนักประชากรศาสตร์ ซึ่งก็คือการดูองค์ประกอบหลัก 3 ตัวที่ทำให้ประชากรเปลี่ยนแปลง ได้แก่ การเกิด การตาย และการย้ายถิ่น ด้วยการเปรียบเทียบง่ายๆ ไม่ซับซ้อน จะเห็นว่า มีอยู่ 2 เรื่องที่ทำ.ให้จำ.นวนประชากรปี 2558 สูงขึ้น เรื่องแรกคือ จำนวนเด็กที่เกิดใหม่ทั้งหมดในปี 2558 มีมากกว่าคนที่ตายไปทั้งหมดในปีเดียวกัน ราว 2 แสน 8 หมื่นคน ส่วนเรื่องที่สองคือจำนวนผู้ที่ไม่ได้สัญชาติไทยและมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านของปี 2558 (จำ.นวน 674,026 คน) เพิ่มขึ้นจากปี 2557 (จำนวน 347,367 คน) อยู่ราว 3 แสน 3 หมื่นคน เมื่อมาถึงตรงนี้ ผู้อ่านคงจะสังเกตได้ว่า ตัวเลขจำนวนผู้ที่ไม่ได้สัญชาติไทยและมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านของปี 2558 ต่ำกว่าตัวเลขในประกาศจำนวนราษฎรที่ผู้เขียนเกริ่นนำไว้ในย่อหน้าแรกอยู่ 124,987 คน จำนวนเกิดที่มากกว่าจำนวนตายประมาณ 2 แสนเศษ ถึง 3 แสนเศษนั้นเป็นเรื่องปกติในแต่ละปี ซึ่งจะทำให้อัตราเพิ่มประชากรอยู่ที่ราวร้อยละ 0.5 แต่สำหรับส่วนที่สองนี้แหละที่ไม่ว่าจะจากหกแสนเจ็ด หรือเกือบๆ แปดแสน ได้ทำให้อัตราเพิ่มประชากรในปี 2558 เพิ่มขึ้นอย่างฉับพลัน จากที่ก่อนหน้านั้นประมาณร้อยละ 0.5 เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 1 ในเวลาเพียง 1 ปีเท่านั้น

ดังได้กล่าวแล้วว่า นับเป็นครั้งแรกที่มีการประกาศจำนวนราษฎรโดยมีการจำแนกเรื่องของสัญชาติ เมื่อนำข้อมูลจากประกาศฯ มาพิจารณาเป็นรายจังหวัด ในเบื้องต้นพบว่าทุกจังหวัดมีผู้ที่ไม่ใช่สัญชาติไทยคิดเป็นสัดส่วนมากน้อยแตกต่างกันไป แต่มีเพียง 12 จังหวัดเท่านั้นที่สัดส่วนผู้ที่ไม่ใช่สัญชาติไทยสูงกว่าค่ารวมของประเทศ (ร้อยละ 1.2) คือ กรุงเทพมหานคร (ร้อยละ 1.6) ตราด (ร้อยละ 4.6) ราชบุรี (ร้อยละ 2.7) กาญจนบุรี (ร้อยละ 8.4) สมุทรสาคร (ร้อยละ 4.0) ประจวบคีรีขันธ์ (ร้อยละ 2.0) เชียงใหม่ (ร้อยละ 7.4) เชียงราย (ร้อยละ 9.2) แม่ฮ่องสอน (ร้อยละ 15.8) ตาก (ร้อยละ 15.3) ภูเก็ต (ร้อยละ 2.1) และระนอง (ร้อยละ 7.0) อย่างไรก็ตาม เราไม่อาจสรุปได้ว่าจำนวนผู้ที่ไม่ได้สัญชาติไทยที่เพิ่มขึ้น 3 หรือ 4 แสนกว่าคนนั้นมาจากจังหวัดเหล่านี้ เพราะไม่สามารถนำไปเปรียบเทียบกับปี 2557 แต่มีข้อควรสังเกตว่าส่วนใหญ่เป็นจังหวัดชายแดนและบางจังหวัดเป็นที่ทราบกันดีว่ามีแรงงานข้ามชาติอยู่จำนวนมาก เช่น สมุทรสาคร ระนอง และภูเก็ต

ในฐานะนักประชากรศาสตร์ โดยรวมๆ ผู้เขียนพอใจกับความพยายามหาเหตุผลเพื่อนำมาใช้อธิบายตัวเลขข้างต้นของตัวเอง แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีความไม่พอใจอยู่ด้วยเช่นกัน เพราะหาคำตอบให้กับตัวเองไม่ได้ว่า ทำไมผู้ที่ไม่ได้สัญชาติไทยและมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านจึงเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็วถึง 3 แสน 2 หมื่นเศษ หรือประมาณเกือบ 2 เท่าตัวเมื่อเทียบกับปี 2557 คนกลุ่มนี้เป็นใคร มาจากไหน และทำไมปีก่อนหน้าจึงไม่มี หรือทำไมจึงไม่ค่อยๆ เพิ่มขึ้น ถ้าบทความนี้ได้ผ่านสายตาหรือไปถึงผู้ที่เกี่ยวข้องกับระบบทะเบียนราษฎร โปรดช่วยแจ้งแถลงไขให้ประชาชนคนทั่วๆ ไปได้หายข้องใจด้วย

หมายเหตุ: ตัดมาเพียงส่วนต้นๆ เพื่อแสดงให้เห็นรายละเอียดของการประกาศ

Since 25 December 2012