ประเด็นทางประชากรและสังคม

เจเนอเรชัน จาก “เหง้า” ถึง “แก่น”

ภูเบศร์ สมุทรจักร  This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

คัมภีร์ไบเบิลของศาสนาคริสต์ มีสองเล่ม คือพระธรรมเก่าและพระธรรมใหม่ ในเล่มพระธรรมเก่าขึ้นต้นด้วยบท “เจเนสิส” (Genesis) หรือ “ปฐมกาล” เล่าตั้งแต่จุดกำเนิดของโลกภายในหกวันและมวลมนุษยชาติที่เริ่มจากชายหญิงคู่แรก แล้วไล่เลียงสืบสาแหรกเชื่อมโยงแต่ละ “เจเนอเรชัน” มาจนถึงยุคของโมเสสที่พาชาวอิสราเอลอพยพออกจากอียิปต์...คนรุ่นคุณปู่ที่ไม่ใช่ชาวคริสต์รู้จักเรื่องนี้จากบทบาทของนักแสดงรุ่นสังคโลกอย่าง ชาร์ลตัน เฮสตัน และยูล บรินเนอร์ ในเรื่อง บัญญัติสิบประการ คนรุ่นพี่และรุ่นป้ารู้จักจากการ์ตูนเรื่อง The Prince of Egypt ส่วนเด็กรุ่นหลานรู้จากหนังฮอลลีวูดที่ฉายเมื่อปีที่แล้วเรื่อง Exodus: Gods and Kings

เรื่องที่ว่าคนแบ่งกันเป็นกี่เจเนอเรชัน เกิดช่วงไหนถึงช่วงไหน แต่ละช่วงจริตกิริยาเป็นยังไง คิดว่ามีคนเขียนคนพูดกันเยอะพอสมควร แต่ยังไม่ค่อยมีใครรู้เรื่องลึกๆ ถึง “ราก” ถึง “เหง้า” ของการศึกษาเรื่องเจเนอเรชัน เมื่อรู้แล้วจะได้ไม่แห่มโนตามกันไปเป็นตุเป็นตะ เพราะเดี๋ยวนี้มีพูดกันเยอะว่าเจเนอเรชันนั้นเป็นอย่างนั้นอย่างนี้.. “นู่น นี่ นั่น”

ต้นตำรับของเจเนอเรชันศึกษาจริงๆ ต้องยกให้งานเขียนของ Karl Mannheim เมื่อปี 2466 เรื่อง The Problem of Generation นับถือกันว่าเป็นงานที่จาระไนรายละเอียดของเจเนอเรชันอย่างเป็นระบบและสมบูรณ์แบบที่สุด แต่ตอนนั้นก็ยังไม่ได้ถึงกับตั้งอนุกรมวิธาน กะเกณฑ์ว่าคนมีกี่เจเนอเรชัน แบ่งกันยังไง แต่กล่าวว่า คนที่เกิดในรุ่นราวคราวเดียวกัน เมื่อเผชิญกับเหตุการณ์สำคัญๆ ร่วมกัน จะค่านิยม แนวคิด และพฤติกรรม คล้ายๆ กันได้ Mannheim เรียกว่าเป็น Collective persona เพราะฉะนั้น เหตุการณ์สำคัญต่างๆ ที่ว่านี้ จะต้องใหญ่จริง แรงจริง และกว้างจริง ถึงจะทำให้คนทั้งรุ่นคล้ายกันได้ แล้วอย่างนี้ เจเนอเรชัน X ที่อเมริกา จะมาเหมือนกับเจเนอเรชัน X ที่เมืองไทยได้ยังไง? เบบี้บูมที่อเมริกาเกิดขึ้นเมื่อหกสิบปีก่อน ส่วนเบบี้บูมเมืองไทยเกิดเมื่อสี่สิบปีก่อนแล้วจะเอายังไง? เป็นไปได้หรือ มันก็ชักน่าคิดว่าเรา “มั่ว” กันเกินไปหรือปล่าว

เรื่องที่น่าสนใจมากจากแนวคิดของ Mannheim คือ ชีวิตคนเรามีเหตุการณ์สำคัญๆ เกิดขึ้นตลอดชีวิต แล้วเหตุการณ์ไหนล่ะที่มันจะบันดาลให้เกิดจริตเฉพาะของเจเนอเรชัน หรือบอกว่ามันมี “พิกัดเจเนอเรชัน” (Generational location) หรือพูดง่ายๆ ก็คืออายุพอเหมาะที่เหตุการณ์ใหญ่มากๆ นั้นทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในแนวคิดและพฤติกรรม ซึ่ง Mannheim ไม่ได้บอกว่าอายุเท่าไหร่ แต่นักวิชาการรุ่นหลังๆ บอกว่าคืออายุประมาณ 20 ปี เพราะเป็นเวลาที่คนเริ่มเข้าสู่นิติภาวะ ต้องคิด ต้องตัดสินใจหลายๆ อย่างเอง เริ่มมีหรือลักษณะเฉพาะตัว ภายหลังกลายเป็นหลักง่ายๆ ว่าแต่ละเจเนอเรชันแบ่งกันช่วงละ 20 ปี ในประเด็นนี้หลายคนเริ่มเห็นต่างแล้วว่า ความต่างของแต่ละเจเนอเรชันมันเกิดจากการที่แต่ละเจเนอเรชันผจญกับเหตุการณ์สำคัญๆ แตกต่างกันจริงๆ หรือเกิดจากความคิดแปลก แผลงๆ ที่เกิดขึ้นเสมอกับเด็กวัยใกล้ๆ หรือเกิน 20 นิดๆ ทำให้ทุกครั้งที่ผู้ใหญ่มองเจเนอเรชันเด็กๆ แบบ “ขบถน้อย” เป็นประจำ ตกลงเจเนอเรชันที่ Mannheim ว่านั้น มีจริงอยู่หรือ?

เอามาคนๆ รวมๆ กันแนวอาหารฟิวชันแล้ว ก็ชักจะเห็นว่าเรื่องเจเนอเรชันนี้มี “พลวัตร” คือเริ่มดิ้นตามกาลเวลา อาจเป็นเรื่องของความแผลง หรือความขบถ ของวัยรุ่น ผสมกับเหตุการณ์ หรือสถานการณ์บ้านเมือง ณ เวลาที่เป็นพิกัดเจเนอเรชัน แล้วทำให้เกิดลักษณะเฉพาะของเจเนอเรชันนั้นๆ ขึ้นมา และเมื่อก่อนตั้งข้อสังเกตว่า เจเนอเรชันที่เขาแบ่งกันที่อเมริกา เกิดจากประสบการณ์เฉพาะในอเมริกา แล้วจะมาเหมือนเจเนอเรชันที่เมืองไทยได้ยังไง ตอนหลังพอโลกเหมือนกันเข้าทุกที เพราะใบมันเล็กลง ทั้งในมิติที่เป็นพื้นที่ และเวลา ด้วยเทคโนโลยีการขนส่ง และการสื่อสารสุดล้ำ ไม่ว่าจะเป็นดาวเทียม อินเทอร์เน็ต และโซเชียลสารพัดค่าย ทั้งเฟสบุ๊ค ไลน์ และทวิตเตอร์ โอกาสที่คนในที่ต่างๆ ของโลก ทั้งซีกตะวันตก และซีกตะวันออก จะได้เจออะไรคล้ายๆ กัน คิดอะไร ทำอะไรเหมือนๆ กัน อย่างกับปรากฏการณ์ที่พากันเอาน้ำแข็งมาราดตัวกันทั่วโลก หรือการแห่กันเปลี่ยนรูปตัวเองบนเฟสบุ๊คเป็นสีรุ้งเพื่อสนับสนุนการแต่งงานของเพศเดียวกัน กลายเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบไปทั่วโลก

เรื่องเจเนอเรชันมันคงไปต่อได้เรื่อยๆ ถ้าคิดลึกๆ เยอะๆให้ยุ่งๆ นอกจากผลกระทบระดับโลกแล้ว ยุคนี้อาจต้องมีปัจจัยระดับภูมิภาคอย่างเช่นปรากฏการณ์อาเซียน ที่เด็กๆ กลุ่มหนึ่งเกิดขึ้นมากับความบ้าเห่อของ “ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน” และปัจจัยระดับประเทศอย่างเช่นเหตุการณ์น้ำท่วมกรุง ปฏิวัติ คสช. ไปจนถึงการหายไปของซ้อเจ็ด และการเกิดของอีเจี๊ยบเลียบด่วน...นี่เรามาถึงจุดจุดนี้ได้ยังไง

  

ภาพ: http://www.thaihealth.or.th/

 

สมัครสมาชิกจดหมายข่าว

จดหมายข่าวฯ ราย 2 เดือน ปีละ 6 ฉบับ

กรุณากรอก e-mail ของท่าน

(ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น)



Since 25 December 2012