ประชากรต่างแดน

จริงหรือ………สงครามสร้างชาติเกาหลี

อมรา สุนทรธาดา  This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

สงครามเกาหลี ระหว่างปี 2493- 2496 ใช้เวลา 3 ปี เพื่อสงบศึก ผลจากสงครามคือประเทศถูกแบ่งเป็นเหนือและใต้ สหรัฐอเมริกาใช้เส้นขนานที่ 38 แบ่งดินแดนของประเทศนี้ หลังสงครามสงบตามนโยบายของประธานาธิบดีทรูแมน แห่งสหรัฐอเมริกา มีทหารและพลเรือนเสียชีวิตและบาดเจ็บประมาณ 2.5 ล้านคน เฉพาะประเทศสหรัฐอเมริกาสูญเสียทหาร ประมาณ 36,000 นาย จีน 150,000 นาย มีทหารฝ่ายพันธมิตร รวม 15 ชาติ เข้าร่วมสงครามเกาหลี รวมทั้งประเทศไทยที่ส่งทหาร 1,300 นาย ไปรบในสงครามเกาหลีมีมหาอำนาจรัสเซียภายใต้การนำของโจเซฟ สตาลิน ให้การสนับสนุนทั้งแนวหน้าและเบื้องหลัง ส่วนจีนนั้นสนับสนุนอย่างเต็มที่เพราะต้องการคุ้มครองคาบสมุทรเกาหลีที่ใกล้บ้านตนเองให้ปลอดภัยจากกองทัพอเมริกา

นายพลกระดูกเหล็กดักลาส แมคอาเธอร์ นำนาวิกโยธินและกำลังทางอากาศของสหรัฐอเมริกาเข้ายึดที่มั่นเมืองอินชอน ทำให้กองทัพเกาหลีเหนือเสียเปรียบจนต้องถอนกำลังจากพื้นที่ยึดครองในเกาหลีใต้ ในระหว่างนี้มีการติดต่ออย่างลับๆ อย่างเข้มข้นระหว่างจีน รัสเซีย และ คิม จอง อิล ผู้เป็นปู่ของผู้นำเกาหลีเหนือคนปัจจุบัน ตามหลักฐานโทรเลขรวมทั้งแผนที่ต่างๆ ที่แสดงเส้นทางการสู้รบเพื่อเข้ายึดพื้นที่ที่แสดงไว้ที่พิพิธภัณฑ์สงครามกลางกรุงโซลยังอยู่ในสภาพดีมาก ตัวอักษรชัดเจน แม้เวลาจะผ่านมาเกือบ 70 ปีแล้วก็ตาม

สงครามเย็นระหว่างคนเชื้อชาติเดียวกันแต่ต่างอุดมการณ์ (ไม่แน่ใจว่าของประชาชนหรือผู้นำ) สถานการณ์ในเกาหลีเหนือ ไม่ว่าจะเป็นการสะสมอาวุธนิวเคลียร์ ความอดอยากโดยเฉพาะเด็ก รวมทั้งการหนีออกนอกประเทศด้วยการเดินเท้ารอนแรมในป่าเพื่อข้ามพรมแดนระหว่างประเทศ การเฝ้าระวังอย่างเข้มข้นด้วยกล้องส่องทางไกลในระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตรจากชายแดนทั้งสองฝั่งประเทศ ยังคงเป็นข่าวจริง ข่าวลวงที่ไม่มีใครพิสูจน์ได้

นโยบายสร้างชาติที่บอบช้ำจากสงครามกลางเมืองและการถูกยึดครองในช่วงสงครามเย็นจากชาติมหาอำนาจ ทำให้พลเมืองเกาหลีใต้ต้องลุกขึ้นปรับตัวให้เร็วที่สุดเพื่อหนีความยากแค้น เกาหลีใต้ใช้เวลาไม่ถึง 50 ปี นำประเทศสู่ความเจริญถึงจุดสูงสุดด้านเศรษฐกิจการเงินระดับแนวหน้าของโลก ส่วนหนึ่งเกิดจากการวางนโยบายเชิงรุก การสร้างค่านิยมการเคารพตนเอง ความซื่อสัตย์ ความรับผิดชอบต่อหน้าที่และสังคม การสนับสุนนด้านการศึกษา และเอกลักษณ์ความรักชาติ (ไม่ใช่คลั่งชาติ) นโยบายการอยู่กับสังคมโลกทำได้ดี เพราะผู้นำตระหนักในเรื่องนี้ว่าจะเป็นชาติที่มั่งคั่งแต่ผู้เดียวไม่ได้ ต้องเรียนรู้ที่จะเข้าใจวัฒนธรรมอื่นๆ ด้วย

นโยบายสร้างชาติด้านเศรษฐกิจและการศึกษาเพื่อคุณภาพพลเมืองใช้เวลาไม่นานจนสามารถทำให้ประเทศมีความเจริญทุกด้าน กล่าวกันว่าคนเกาหลีใต้ที่ถูกคัดเลือกไปศึกษาหรือดูงานที่เยอรมันหรืออเมริกาจะศึกษาอย่างละเอียด เรียกว่าชำแหละชิ้นส่วนทุกชิ้นเพื่อศึกษาและเรียนรู้ได้เร็ว จนเจ้าของเทคโนโลยี ‘หนาว’ ในวิธีเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ

เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า ดนตรีสมัยใหม่ที่เรียกว่า K Pop หรือสื่อบันเทิงต่างๆ รวมทั้งผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีสมัยใหม่ กลายเป็นที่นิยมอย่างรวดเร็วในกลุ่มประชากรต่างวัย ต่างอาชีพ ในหลายประเทศ ซึ่งหมายถึงรายได้จำนวนมหาศาลที่เข้าประเทศเกาหลีใต้ในขณะนี้

นอกจากนี้สิ่งเหล่านี้ส่งผลให้ปัจจุบันเกาหลีใต้มีฐานเศรษฐกิจมั่นคงอยู่ในอันดับต้นๆ ของโลก มูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ อยู่อันดับที่ 15 ของโลก มีอัตราเกิดต่ำที่สุดในโลก ประชากรมีระดับการศึกษาและมีความพร้อมด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษาสูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก 

 

พิพิธภัณฑ์ แสดงเรื่องราวสงครามเกาหลีในกรุงโซล

 

 

ภาพทหารไทยสวนสนามหน้าธงชัยเฉลิมพลก่อนไปสงครามเกาหลี

 

สมัครสมาชิกจดหมายข่าว

จดหมายข่าวฯ ราย 2 เดือน ปีละ 6 ฉบับ

กรุณากรอก e-mail ของท่าน

(ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น)



Since 25 December 2012