มรดกอาเซียน มรดกโลก

สักกรินทร์ นิยมศิลป์ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

มรดกโลก (World Heritage) หมายถึงสถานที่ทางวัฒนธรรมและธรรมชาติที่มีคุณค่าโดดเด่นระดับสากล จนได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนให้เป็นแหล่งมรดกโลก โดย องค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ภายใต้หลักเกณฑ์ที่ระบุไว้ในอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองมรดกโลกทางวัฒนธรรมและทางธรรมชาติ ซึ่งได้รับการรับรองเมื่อปี 2515 โดยคณะกรรมการมรดกโลก (UNESCO World Heritage Committee) จะเป็นผู้พิจารณาขึ้นทะเบียนมรดกโลก ตามคำร้องขอของประเทศภาคี โดยจะต้องนำเสนอสถานที่ซึ่งมีความโดดเด่นของตนในบัญชีรายชื่อเบื้องต้นก่อน จากนั้น จึงจัดทำเอกสารแสดงหลักฐานความสำคัญ และแผนการอนุรักษ์ ของสถานที่เพื่อพิจารณาขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกต่อไป

จนถึงเดือนกรกฎาคม 2558 มีสถานที่ที่เป็นมรดกโลกทั้งสิ้น 1,031 แห่ง ใน 163 ประเทศ ประกอบด้วย มรดกโลกทางวัฒนธรรม 802 แห่ง มรดกโลกทางธรรมชาติ 197 แห่ง และอีก 32 แห่งเป็นมรดกโลกทั้งทางวัฒนธรรมและธรรมชาติควบคู่กัน1 ทั้งนี้ ทวีปยุโรปและอเมริกาเหนือมีมรดกโลกรวมกันราวครึ่งหนึ่งของจำนวนทั้งหมด 496 แห่ง เอเชียและแปซิฟิกมีมรดกโลกมากเป็นอันดับสอง 213 แห่ง ประเทศที่มีมรดกโลกจำนวนมากติดอันดับต้นๆ ของโลก ส่วนใหญ่เป็นประเทศในทวีปยุโรปและเอเชีย อาทิ อิตาลี 51 แห่ง จีน 48 แห่ง สเปน 44 แห่ง ฝรั่งเศส 41 แห่ง เยอรมนี 40 แห่ง เม็กซิโก 33 แห่ง และอินเดีย 32 แห่ง

สำหรับประเทศอาเซียนในปี 2559 มีมรดกโลกรวมกัน 37 แห่ง ประกอบด้วยมรดกโลกทางวัฒนธรรม 22 แห่ง มรดกโลกทางธรรมชาติ 13 แห่ง และมรดกโลกทั้งทางธรรมชาติและวัฒนธรรมอีก 2 แห่ง โดยอาเซียนทุกประเทศยกเว้นบรูไนต่างก็มีมรดกโลกตั้งอยู่ในประเทศตน ประเทศอาเซียนที่มีมรดกโลกมากที่สุดได้แก่ อินโดนีเซียและเวียดนาม ซึ่งมีมรดกโลกประเทศละ 8 แห่ง ฟิลิปปินส์ 6 แห่ง ประเทศไทย 5 แห่ง มาเลเซีย 4 แห่ง กัมพูชาและลาว ประเทศละ 2 แห่ง และสิงคโปร์กับเมียนมา ประเทศละ 1 แห่ง)2 ทั้งนี้ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยที่ 39 เมื่อเดือนมิถุนายน ปี 2558 ได้มีมติขึ้นทะเบียนสวนพฤกษชาติสิงคโปร์ เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม นับเป็นมรดกโลกแห่งแรกของสิงคโปร์และเป็นมรดกโลกล่าสุดของอาเซียน

สำหรับประเทศไทย มีมรดกโลกทางวัฒนธรรม 3 แห่ง และมรดกโลกทางธรรมชาติ 2 แห่ง ประกอบด้วย ก) เมืองประวัติศาสตร์สุโขทัยและเมืองบริวาร อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย และ อ.เมือง จ.กำแพงเพชร ขึ้นทะเบียนเมื่อปี 2534 ข) นครประวัติศาสตร์ พระนครศรีอยุธยา ขึ้นทะเบียนเมื่อปี 2534 ค) แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง อ.หนองหาน จ.อุดรธานี ขึ้นทะเบียนเมื่อปี 2535 ง) เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรและห้วยขาแข้ง ครอบคลุมพื้นที่รอยต่อ จ. กาญจนบุรี จ.ตาก และ จ.อุทัยธานี ขึ้นทะเบียน เมื่อปี 2534 จ) ผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของ จ.สระบุรี จ.นครราชสีมา จ.นครนายก จ.ปราจีนบุรี จ.สระแก้ว และ จ.บุรีรัมย์ ขึ้นทะเบียน เมื่อปี 25483

นอกจากสถานที่สำคัญทั้ง 5 แห่ง แล้ว ประเทศไทยยังได้เสนอสถานที่ซึ่งมีความโดดเด่นทางวัฒนธรรมและธรรมชาติอีกหลายรายการเข้าอยู่ในบัญชีรายชื่อเบื้องต้น เพื่อรอเข้าสู่การพิจารณาขึ้นเป็นมรดกโลก ได้แก่4 ก) เส้นทางวัฒนธรรมพิมาย ปราสาทพนมรุ้ง ปราสาทเมืองต่ำและศาสนสถานที่เกี่ยวข้อง ข) อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท จ.อุดรธานี ค) วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จ.นครศรีธรรมราช ง) กลุ่มป่าแก่งกระจาน5 จ) อนุสรณ์สถาน สถานที่ต่างๆ และภูมิทัศน์วัฒนธรรมของ จ.เชียงใหม่

คาดว่า กลุ่มป่าแก่งกระจาน (Kaeng Krachan Forest Complex) ซึ่งได้ขึ้นบัญชีรายชื่อเบื้องต้นแล้วเมื่อปี 2554 จะถูกนำเข้าสู่การพิจารณาขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยที่ 40 ในปี 2559 โดยประเทศไทยต้องจัดทำบัญชีความหลากหลายทางชีวภาพและแก้ปัญหาชนกลุ่มน้อยในพื้นที่ และจัดส่งรายงานให้คณะกรรมการมรดกโลกในวันที่ 1 ก.พ. 2559 เพื่อเตรียมพิจารณาในขั้นตอนสุดท้ายในช่วงกลางปีหน้า ขอให้ท่านผู้อ่านเอาใจช่วยประเทศไทยให้ได้รับข่าวดีกันนะครับ

นอกจากมรดกโลกแล้ว ประเทศอาเซียนยังมีสถานที่อันทรงคุณค่าทางธรรมชาติที่มีความหลากหลายทางชีวภาพจำนวนมาก จนเกิดความร่วมมือในการอนุรักษ์สถานที่ดังกล่าวโดยการขึ้นทะเบียน “มรดกอุทยานแห่งอาเซียน” (ASEAN Heritage Parks) ภายหลังการลงนามในปฏิญญาอาเซียน ว่าด้วยเรื่องมรดกอุทยานและการอนุรักษ์ เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. 2546 เพื่อสร้างความตระหนักรู้ ให้รู้คุณค่า ให้เกิดความรื่นรมย์ และอนุรักษ์ธรรมชาติที่เปรียบเสมือนมรดกทางธรรมชาติของอาเซียน ผ่านการสร้างเครือข่ายแห่งภูมิภาคในการเป็นตัวแทนเพื่อปกป้องพื้นที่ดังกล่าว6 โดยมีการจัดตั้งศูนย์ความหลากหลายทางชีวภาพอาเซียนที่ประเทศฟิลิปปินส์ เพื่อทำหน้าที่ประสานงาน

ปัจจุบัน มรดกอุทยานแห่งอาเซียน (AHP) มีจำนวนกว่า 30 แห่ง โดยประเทศไทยมีมรดกอุทยานแห่งอาเซียน 4 แห่ง ประกอบด้วย 1) อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน 2) อุทยานแห่งชาติตะรุเตา 3) อ่าวพังงา-อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์-หมู่เกาะสิมิลัน และ 4) อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่7 ในอนาคต ประเทศไทยมีโครงการที่จะเสนอให้อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง และอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหมได้รับสถานะ “มรดกอุทยานแห่งอาเซียน” เพิ่มเติมอีกด้วย

ทั้งนี้ ประเทศอาเซียนที่มีการขึ้นทะเบียน “มรดกอุทยานแห่งอาเซียน” ในอันดับต้นๆ ได้แก่ ฟิลิปปินส์ 7 แห่ง พม่า 6 แห่งเวียดนาม 5 แห่ง ไทย 4 แห่ง อินโดนีเซียและมาเลเซีย ประเทศละ 3 แห่ง สิงคโปร์และกัมพูชา ประเทศละ 2 แห่ง สำหรับบรูไน ลาวและกัมพูชามีมรดกอุทยานแห่งอาเซียน ประเทศละ 1 แห่งเท่ากัน

กลุ่มวัดบุโรพุทโธ อินโดนีเซีย

(Source:https://en.wikipedia.org/wiki File:Borobudur_Temple.jpg)

 

อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ว่าที่มรดกโลก

(Source: http://www.travel2bwizu.com)

 

Mulu National Park, Malaysia

Source: https://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/2/27/Pinnacles_at_Mulu_2.jpg

 

 

Khakaborazi National Park, Myanmar

Source: http://travelinfo.happyfootprints.com

 


 

1 สืบค้นจาก http://whc.unesco.org/ en/news/1318 เมื่อวันที่ 18 ก.ค.
  2558

2 สืบค้นจาก http://aseanup.com/world-heritage-sites-in-southeast-
  asia/ เมื่อวันที่ 8 ก.ค. 2558

3 สืบค้นจาก http://www.bic.moe.go.th/th/index.php?option=com_content&view=article&id=207&Itemid=78 เมื่อวันที่ 18 ก.ค.2558

4 สืบค้นจาก http://www.dailynews.co.th/education/332943 เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2558

5 กลุ่มป่าแก่งกระจาน ประกอบด้วยพื้นที่อนุรักษ์ 4 แห่งได้แก่ (1) เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชี (2) อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน (3) อุทยานแห่งชาติกุยบุรี และ(4) อุทยานแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน

6 สืบค้นจาก http://www.siamintelligence.com/asean-heritage-park/วันที่ 19 ก.ค. 2558

7 สืบค้นจาก http://chm.aseanbiodiversity.org/index.php?option=com_wrapper&view=wrapper&Itemid=110. วันที่ 19 ก.ค 2558

 

 

 

 

สมัครสมาชิกจดหมายข่าว

จดหมายข่าวฯ ราย 2 เดือน ปีละ 6 ฉบับ

กรุณากรอก e-mail ของท่าน

(ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น)



Since 25 December 2012