ประชากรต่างแดน

บันทึกไม่ (ลับ) จาก......วาฬ

อมรา สุนทรธาดา This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

พี่น้องชาวสแกนดิเนเวียและลูกหลานซามูไรทำไมถึงชอบกินเนื้อวาฬนักหนา เพราะล่าและบริโภคเนื้อวาฬมากที่สุดในโลก ในปี 2538 เฉพาะในนอร์เวย์ ล่าวาฬ จำนวน 218 ตัว ล่าเพิ่มเป็น 646 ตัว ในปี 2546 ที่ร้ายสุด คือ ปี 2552 มีวาฬประมาณ 2,000 ชีวิตที่ถูกล่า หนึ่งในตลาดที่รับซื้อคือญี่ปุ่นซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุด

แม้ว่าการรณรงค์ต่อต้านการล่าวาฬจะเป็นไปอย่างเข้มข้นและต่อเนื่องจากกลุ่มอนุรักษ์หลายกลุ่ม เช่น กลุ่ม Sea Shepherd Conservative Society หรือ กลุ่ม Greenpeace ซึ่งกล่าวหาว่าญี่ปุ่นเป็นประเทศอันดับหนึ่งที่ไม่ให้ความร่วมมืออย่างจริงจัง ในการลดปริมาณการล่าวาฬ แม้รัฐบาลญี่ปุ่นจะออกมาแก้เก้อว่า การล่าวาฬเป็นไปเพื่อการทดลองวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ ซึ่งอย่างไรก็ฟังไม่ขึ้น เพราะจำนวนวาฬที่ถูกล่าจากตอนเหนือของมหาสมุทรแอตแลนติค ในแต่ละปีนั้น มากกว่า 1,000 ตัว

เนื้อวาฬถูกส่งออกเป็นอาหารสำเร็จรูปรสโอชะไปในหลายประเทศ มีปริมาณมากน้อยตามการบริโภค แม้แต่ในประเทศที่ร่วมเป็นแถวหน้าการประท้วงล่าวาฬ เช่น เยอรมนี นิวซีแลนด์ และออสเตรเลีย ยังมีเนื้อวาฬวางจำหน่าย

วาฬเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อาจจะสูญพันธุ์ในอีกไม่นานนักถ้ายังมีการล่าเพื่อบริโภคแบบไม่จำกัดปริมาณ วาฬมีคุณลักษณะพิเศษหลายอย่างที่นักวิทยาศาสตร์อึ้ง และยังหาเหตุผลไม่ได้ว่าเกิดจากอะไร เช่น มีประสาทรับความรู้สึกที่ไวมาก มีประสาทการรับรู้ที่เหนือกว่าสัตว์อื่นๆ เช่น ความสามารถในการเรียนรู้ภาษาด้วยการสัมผัส เช่นเดียวกับโลมา นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า วาฬมีความสามารถถ่ายทอดทักษะการเรียนรู้ การอยู่รอดในธรรมชาติจากรุ่นสู่รุ่น ที่มหัศจรรย์กว่านั้นคือ ยังหาคำตอบไม่ได้ว่าวาฬสร้างสัญชาติญาณ

การสื่อสารระหว่างกันอย่างไร รวมทั้งความสามารถในการตัดสินใจเมื่อเกิดเหตุการณ์คุกคามฝูงวาฬ (ยกเว้นอย่างเดียวที่วาฬหนีไม่รอดคือ ปลายฉมวกไฟฟ้าที่ส่งตรงมาจากเรือล่า)

แม้ในญี่ปุ่นเองก็มีการต่อต้านให้เพลาๆ การล่าวาฬเพื่อบริโภคลงบ้าง ด้วยการเชิญชวนให้เปลี่ยนไปบริโภคอาหาร

ประเภทอื่นๆ ที่ทดแทนโปรตีนได้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม เมื่อการกินอยู่เป็นเรื่องวัฒนธรรมเสียแล้ว จะหวังให้เปลี่ยนให้เลิกคงต้องอาศัยเวลากันบ้าง ถึงกับมีการหยอกล้อแบบขำกลิ้งว่า หลังการประชุมหรือเดินขบวนต่อต้านการล่าวาฬ มักจะจบลงด้วยการเลี้ยงข้าวปลาแก้หิว และที่ขาดไม่ได้คืออาหารจานเด็ดที่เรียกว่า ซูชิ หรือปลาดิบแล่ จิ้มแจ่ว (ญี่ปุ่น) มีให้กินเสมอ......  วาฬช้ำใจอีกแล้ว

ในกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย เช่น นอร์เวย์ เคยเป็นหนึ่งในประเทศที่ส่งออกรายใหญ่เช่นกัน แต่ปัจจุบันลดปริมาณการล่าและส่งออกน้อยลง เนื่องจากการรณรงค์ที่เข้มข้นภายในประเทศ รวมถึงคนรุ่นใหม่นิยมบริโภคลดน้อยลงเมื่อเปรียบกับคนรุ่นก่อน จากการทำสำรวจประชานิยมพบว่า ชาวนอร์เวย์อ่อนไหวมากกับภาพลักษณ์ของประเทศ ไม่ต้องการให้ชาวโลกรุมประณามว่าเป็นฆาตรกรโหด รัฐบาลได้มีการทบทวนในเรื่องนี้อย่างจริงจังและให้ความร่วมมือกับกลุ่มอนุรักษ์วาฬ สนับสนุนการวิจัยอย่างเข้มข้นถึงความเป็นอยู่ของวาฬ การย้ายถิ่นของฝูงวาฬเมื่อกระแสน้ำในมหาสมุทรเปลี่ยนอุณหภูมิ รวมถึงการติดแผ่นสัญญาณบนตัววาฬเพื่อสำรวจจำนวน

อ่านบทความนี้จบแล้ว อาหารจานโปรดของคุณยังเป็นปลาดิบอยู่หรือเปล่า ......วาฬฝากถามมา

สมัครสมาชิกจดหมายข่าว

จดหมายข่าวฯ ราย 2 เดือน ปีละ 6 ฉบับ

กรุณากรอก e-mail ของท่าน

(ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น)



Since 25 December 2012