ประเด็นประชากรที่น่าสนใจ

ผู้สูงวัยต่างชาติในประเทศไทย

มนสิการ กาญจนะจิตรา
This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

การเดินทางระหว่างประเทศสมัยนี้เป็นเรื่องง่ายกว่าสมัยก่อนมาก ทุกวันนี้การย้ายถิ่นจึงกลายเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นในสังคมทั่วโลก การย้ายถิ่นโดยมากจะมีเหตุผลเกี่ยวข้องทางเศรษฐกิจหรือการเมือง อย่างไรก็ตาม ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีการย้ายถิ่นอีกประเภทที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว นั่นคือการย้ายถิ่นของคนในวัยเกษียณ

ประเทศไทยเป็นประเทศยอดนิยมของชาวต่างชาติในการมาใช้ชีวิตวัยเกษียณ ผู้ที่มาใช้ชีวิตวัยเกษียณในประเทศไทยมีมาจากหลายประเทศ ตั้งแต่สหรัฐอเมริกา อังกฤษ เยอรมัน ฝรั่งเศส รัสเซีย และญี่ปุ่น ผู้ย้ายถิ่นสูงวัยจากประเทศตะวันตกที่มาประเทศไทยส่วนมากจะเป็นผู้ชาย เช่น ผู้ย้ายถิ่นสูงวัยจากเยอรมันมีอัตราส่วนผู้ชายต่อผู้หญิงที่มาเกษียณอายุในประเทศไทยสูงถึง 18.3 (นั่นคือมีผู้ชายชาวเยอรมันมาใช้ชีวิตเกษียณในประเทศไทย 18.3 คน ต่อผู้หญิงชาวเยอรมันที่มาเกษียณในประเทศไทย 1 คน)

ผู้ที่มาใช้ชีวิตบั้นปลายในประเทศไทย มักถูกเรียกว่าเป็นพวก “Lifestyle seeker” หรือพวกที่มา “แสวงหาวิถีชีวิต” สาเหตุการย้ายถิ่นจึงแตกต่างจากผู้ย้ายถิ่นส่วนใหญ่ของโลกที่มีสาเหตุทางด้านเศรษฐกิจหรือการเมืองเป็นหลัก ชาวต่างชาตินิยมมาใช้ชีวิตวัยเกษียณในประเทศไทยด้วยเหตุผลหลากหลายประการ แต่ที่มักได้รับการพูดถึงอยู่เป็นประจำ ได้แก่ อากาศที่ไม่หนาว ค่าครองชีพที่ต่ำ วิถีชีวิตของคนไทยที่อบอุ่นเป็นกันเอง และการมีแฟนหรือคู่ครองเป็นคนไทย โดยมากชาวต่างชาติเหล่านี้เคยมาเที่ยวเมืองไทยบ่อยครั้งตั้งแต่ก่อนเกษียณแล้ว จึงมีความชอบและคุ้นเคยกับประเทศไทยในระดับหนึ่ง และส่วนมากได้มาพบกับแฟนคนไทยระหว่างที่มาท่องเที่ยว เมื่อเกษียณจึงย้ายมาอยู่เมืองไทยโดยใช้เงินบำนาญที่ได้รับจากประเทศของตนมาใช้ในการกินอยู่

 

 โดยทั่วไปแล้ว ชาวต่างชาติที่มาใช้ชีวิตวัยเกษียณในประเทศไทยบอกว่าตนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี ครั้งหนึ่งเคยมีโอกาสได้ไปสัมภาษณ์ฝรั่งชาวดัตช์วัยเกษียณในพัทยาสำหรับงานวิจัย ฝรั่งท่านนั้นกล่าวว่า คุณภาพชีวิตเขาที่เมืองไทยดีกว่าที่ประเทศเขามาก ตอนนี้เขาเช่าบ้านอยู่กับภรรยาคนไทย ตื่นเช้ามาก็ไปปั่นจักรยาน แล้วก็ไปนั่งร้านกาแฟอ่านหนังสือพิมพ์ พูดคุยกับเพื่อนฝูง ตอนบ่ายกลับบ้านดูโทรทัศน์ เล่นอินเทอร์เน็ต ตอนเย็นออกไปปั่นจักรยานอีกรอบกับภรรยา หากเปรียบเทียบกับการอยู่ที่ประเทศเขาเอง เขาบอกว่าประเทศของเขาอากาศหนาวและหดหู่เกินไป ช่วงหน้าหนาวก็ไม่ได้ออกไปไหนครึ่งค่อนปี ต้องอยู่แต่ในบ้าน จะออกไปทานข้าวนอกบ้านบ่อยๆ ก็ไม่ได้เพราะราคาแพง ลูกหลานก็โตกันหมดแล้ว นานๆ ถึงจะเจอกัน ด้วยเหตุนี้จึงได้ตัดสินใจย้ายมาอยู่ประเทศไทย และไม่คิดว่าจะกลับไปอยู่ประเทศของตนอีกแล้ว

อย่างไรก็ตาม ข้อเสียหนึ่งที่ชาวต่างชาติวัยเกษียณมักกล่าวถึงในการมาอยู่ในเมืองไทยคือ เรื่องความยุ่งยากในการขอวีซ่า คนที่อยากมาใช้ชีวิตวัยเกษียณในเมืองไทย จะต้องมีอายุ 50 ปีขึ้นไป และต้องมีเงินในบัญชีอย่างน้อย 800,000 บาท หรือมีเงินบำนาญอย่างน้อยเดือนละ 65,000 บาท โดยเงินได้รวม 12 เดือนรวมกันไม่น้อยกว่า 800,000 บาท จึงจะได้รับพิจารณาขอวีซ่าเกษียณอายุ ซึ่งหากได้รับวีซ่าแล้ว ระยะเวลาการอนุญาตเป็นแบบ 1 ปี และเมื่อหมด 1 ปีก็ต้องทำกระบวนการขอต่อวีซ่าซึ่งยุ่งยากไม่แพ้กัน นอกจากนั้นยังต้องรายงานตัวทุก 90 วัน ซึ่งผู้สูงอายุต่างชาติต่างคิดว่าเป็นการเข้มงวดมากเกินไปเนื่องจากตนมีวีซ่าอนุญาตให้อยู่ได้ 1 ปีแล้ว ไม่เห็นมีความจำเป็นที่จะต้องมาคอยรายงานตัวบ่อยๆ เช่นนี้

ปัญหาอื่นๆ ที่ชาวต่างชาติวัยเกษียณพบในการมาอยู่ในประเทศไทย ได้แก่ อัตราแลกเปลี่ยนเงินที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ ความแตกต่างทางภาษาและวัฒนธรรม และที่สำคัญคือ ผังเมืองที่ไม่เหมาะกับผู้สูงอายุ ไม่ว่าจะเป็นทางเดินเท้าที่มีบ้างไม่มีบ้าง ทางเดินไม่เรียบบ้าง เป็นหลุมเป็นบ่อบ้าง และไม่มีทางลาดสำหรับรถเข็น การเดินทางในเมืองจึงค่อนข้างอันตรายสำหรับผู้สูงอายุ

 

การที่ต่างชาติมาใช้ชีวิตวัยเกษียณในประเทศไทยโดยมากส่งผลบวกต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ระบุว่า รายได้จากกลุ่มผู้สูงอายุที่มาพำนักในไทยระยะยาวไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาทต่อปี นอกจากนั้นการมีต่างชาติในพื้นที่ยังส่งเสริมการสร้างงานใหม่ในท้องถิ่น เช่น เป็นไกด์ เป็นล่าม สอนภาษาไทย ค้าขาย

ด้วยผู้สูงอายุและผู้ย้ายถิ่นที่มีเพิ่มมากขึ้นทั่วโลก ประเทศไทยควรต้องกำหนดทิศทางว่า เราจะมีท่าทีอย่างไรต่อชาวต่างชาติที่เข้ามาในประเทศไทย และมาตรการที่มีอยู่ในปัจจุบันเหมาะสมหรือไม่ หากทิศทางต้องการส่งเสริมให้ผู้สูงวัยต่างชาติมาพำนักในประเทศไทย เราควรต้องทบทวนกฎระเบียบเกี่ยวกับการขอวีซ่า และจัดการออกแบบผังเมืองและโครงสร้างพื้นฐานในประเทศไทยให้มีความเหมาะสมกับคนทุกกลุ่มวัยมากยิ่งขึ้น

สมัครสมาชิกจดหมายข่าว

จดหมายข่าวฯ ราย 2 เดือน ปีละ 6 ฉบับ

กรุณากรอก e-mail ของท่าน

(ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น)



Since 25 December 2012