ประเด็นประชากรที่น่าสนใจ

พัฒนาการก้าวแรกที่สถานเลี้ยงเด็ก

จงจิตต์ ฤทธิรงค์ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

ประเทศไทยมีอัตราเจริญพันธุ์รวมลดลงจากที่เคยมีมากถึงประมาณ 6 คนในอดีต จนเหลือ 1.6 คนในปัจจุบัน มีอัตราเพิ่มประชากรเพียงร้อยละ 0.5 นับเป็นสัญญาณทางประชากรที่สะท้อนให้เห็นถึงการทดแทนประชากรในรุ่นพ่อแม่ที่มีแนวโน้มลดลง จนทำให้มีงานวิจัยจำนวนมากต้องการหาคำตอบที่จะช่วยรักษาระดับการเจริญพันธุ์ไม่ให้ลดต่ำลงไปกว่าที่เป็นอยู่

งานวิจัยหลายชิ้นได้สะท้อนให้เห็นว่า ผู้ดูแลเด็กเป็นหนึ่งในหลายปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจมีบุตรของคู่สมรส การขาดแคลนผู้ดูแลเด็กอาจนำไปสู่การตัดสินใจไม่มีบุตรหรือชะลอการมีบุตรออกไป และการมีสถานเลี้ยงเด็กเพื่อลดภาระการดูแลบุตรของพ่อแม่ที่ต้องทำงาน และไม่สามารถดูแลบุตรได้ในเวลากลางวันหรือช่วงเวลาที่ไปทำงาน จึงอาจจะเป็นแนวทางหนึ่งที่จะช่วยเพิ่มโอกาสให้คู่สมรสได้ตัดสินใจมีบุตรได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม แนวคิดนี้อาจเป็นจริงสำหรับประชากรในประเทศที่พัฒนาแล้ว แต่สำ.หรับประเทศไทยที่มีวัฒนธรรมการอยู่อาศัยที่มีปู่ย่าตายาย หรือญาติอยู่ด้วยกัน และมีการเกื้อกูลของคนในครอบครัว ครอบครัวไทยอาจมีความคาดหวังจากสถานเลี้ยงเด็กต่างออกไปจากประเทศอื่น

ผลการศึกษาจากงานวิจัยโครงการ “การให้บริการของศูนย์การศึกษาก่อนวัยเรียนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล” ดำเนินการโดยสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล เกี่ยวกับเหตุผลที่พ่อแม่หรือผู้ปกครองตัดสินใจใช้บริการสถานเลี้ยงเด็ก พบว่า ไม่ถึงครึ่งหนึ่งของพ่อแม่และผู้ปกครอง (ร้อยละ 47) ให้เหตุผลว่า “ไม่มีผู้ดูแลเด็กในบ้านในเวลากลางวันหรือระหว่างเวลาไปทำงาน” ส่วนเหตุผลอันดับหนึ่งที่ผู้ปกครอง (ร้อยละ 84.8) เลือกไปใช้บริการสถานเลี้ยงเด็กคือ “ต้องการให้เด็กได้มีพัฒนาการที่ดีตามวัยอย่างเหมาะสม” ข้อค้นพบจากงานวิจัยเป็นที่น่าสนใจว่า พ่อแม่และผู้ปกครองส่วนมากให้ความสำคัญเกี่ยวกับพัฒนาการของบุตร และได้วางแผนการจัดสรรทรัพยากรทั้งในรูปแบบสมาชิกในครอบครัว และค่าใช้จ่ายเพื่อการดูแลบุตรไว้แล้ว

เพื่อตอบสนองนโยบายการรักษาระดับอัตราเจริญพันธุ์รวมของประเทศ การสร้างสถานเลี้ยงเด็กจึงต้องทำให้ได้มากกว่าการช่วยลดภาระการดูแลบุตรของพ่อแม่และผู้ปกครองเท่านั้น แต่ยังต้องคำนึงถึงคุณภาพของเด็ก เพราะเด็กควรได้รับการดูแลเพื่อให้มีพัฒนาการสมวัยด้วย สถานเลี้ยงเด็กจึงไม่เป็นเพียงเป็นสถานที่ที่พ่อแม่และผู้ปกครองฝากความหวังในการดูแลและส่งเสริมพัฒนาการของบุตรตามวัยเท่านั้น แต่สถานเลี้ยงเด็กยังเป็นก้าวแรกของพัฒนาการสำหรับประชากรไทยในอนาคตอีกด้วย ผู้เขียนยังเชื่อว่า “พ่อแม่คือผู้ดูแลบุตรที่ดีที่สุด” และจะดียิ่งขึ้นไปอีก ถ้าสถานเลี้ยงเด็กได้รับการสนับสนุนให้มีศักยภาพและทรัพยากรเพียงพอ เท่าเทียม และทั่วถึง เพื่อดูแลเด็กให้มีพัฒนาการตามวัยอย่างเหมาะสม ถ้าเด็กได้รับความรักและการเอาใจใส่จากพ่อแม่และการส่งเสริมพัฒนาการจากสถานเลี้ยงเด็ก รับรองได้ว่าการเกิดนั้นจะเป็นการเกิดที่มีคุณภาพอย่างแน่นอน

 

ภาพ : www.paewpet1.blogspot.com

 

ที่มา: โครงการ “การให้บริการของศูนย์การศึกษาก่อนวัยเรียนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล” ดำเนินการโดยสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล

 

สามารถติดตามการเผยแพร่งานวิจัยได้ที่ QR Code เพื่อ link ไปยังวิดีโอการบรรยายค่ะ

Since 25 December 2012