รางวัลอีกโนเบล

พิธีและพิธีกรรม

วรชัย ทองไทย This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

ถึงแม้ว่า พิธี (ceremony) และพิธีกรรม (ritual) จะเป็นคำที่ใช้แทนกัน แต่ในความหมายที่แท้จริงนั้นแตกต่างกัน ดังที่พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542 ได้ให้ความหมายของคำว่า พิธี คือ “งานที่จัดขึ้นตามลัทธิหรือความเชื่อถือตามขนบธรรมเนียมประเพณี เพื่อความขลังหรือความเป็นสิริมงคล เช่น พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ พิธีมงคลสมรส พิธีประสาทปริญญา เป็นต้น” ส่วนพิธีกรรม คือ “การบูชา แบบอย่าง หรือแบบแผนต่างๆ ที่ปฏิบัติในทางศาสนา”

ในภาษาอังกฤษ ceremony (พิธี) หมายถึง การกระทำที่ดำเนินการเป็นกลุ่ม โดยมีจุดมุ่งหมายให้คนมารวมกันในโอกาส พิเศษ ในพิธีจะมีการเฉลิมฉลองหรือการแสดงต่างๆ เช่น ดนตรี เต้นรำ. ละคร หรือ กระบวนแห่ เป็นต้น พิธีจัดขึ้นในกรณีเปลี่ยนผ่านของชีวิต เช่น การเกิด การสำเร็จการศึกษา การแต่งงาน การเกษียณอายุ และงานศพ เป็นต้น นอกจากนี้ พิธียังจัดขึ้นเพื่อฉลองเหตุการณ์สำคัญ เช่น พิธีบรมราชาภิเษก หรือพิธีฉลองชัยชนะสงคราม เป็นต้น

ในพิธีจะมีการประกาศคำ.แถลงการณ์หรือคำสาบาน เช่น “ข้าพเจ้าขอประกาศให้ท่านทั้งสองเป็นสามีภรรยากัน” “ข้าพเจ้าขอประกาศเปิดการแข่งขันกีฬา” หรือ “ข้าพเจ้าขอสาบานว่าจะรับใช้และป้องกันประเทศด้วยชีวิต” เป็นต้น

สำหรับ ritual (พิธีกรรม) หมายถึง การกระทำที่ดำเนินการคนเดียวหรือหลายคน ตามระเบียบแบบแผนทางศาสนา พิธีกรรมจะไม่มีการแสดงหรือการเฉลิมฉลอง และไม่มีการประกาศแถลงการณ์หรือสาบาน แต่จะมีการบวงสรวง การล้างมลทิน และการทำให้บริสุทธิ์แทน

อย่างไรก็ตาม การที่คำ.ทั้งสองใช้แทนกันได้ ทำให้ความหมายตามรากศัพท์เลือนไป ทั้งในภาษาไทยและอังกฤษ ในปัจจุบัน “พิธี” หรือ “ceremony” เป็นคำที่ถูกใช้มากกว่า แม้แต่ในพิธีกรรมทางศาสนา เช่น พิธีเวียนเทียน พิธีอุปสมบท พิธีถวายสังฆทาน เป็นต้น

สรุปแล้ว พิธีหรือพิธีกรรมจึงเป็นงานที่จัดขึ้นเพื่อความขลัง ความศักดิ์สิทธิ์ หรือความเป็นสิริมงคล เป็นอุบายให้คนมาร่วมทำกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียงกัน รวมทั้งให้คนได้เตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อมที่จะทำเรื่องนั้นๆ

พิธีจะมีกระบวนการ กฎระเบียบ และข้อบังคับที่ต้องปฏิบัติตาม ได้แก่ กำหนดการ การแต่งกาย การวางตัว และสิ่งของที่ต้องเตรียมมา เป็นต้น ดังนั้นผู้เข้าร่วมพิธีจึงต้องเรียนรู้และเข้าใจในพิธีก่อนที่จะเข้าร่วม ในบางครั้งอาจต้องมีการฝึกซ้อมก่อน เช่น พิธีรับปริญญา พิธีสวนสนาม เป็นต้น

เพราะรางวัลอีกโนเบลเป็นรางวัลล้อเลียน พิธีมอบรางวัลจึงไม่เป็นทางการ และแฝงไปด้วยด้วยอารมณ์ขัน แต่ก็ไม่ได้ไร้สาระ เพราะ Nature ซึ่งเป็นวารสารวิชาการทางวิทยาศาสตร์เก่าแก่ (ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2412) ได้กล่าวถึงพิธีมอบรางวัลว่า “พิธีมอบรางวัลอีกโนเบลถือว่าเป็นเหตุการณ์สำคัญทางวิทยาศาสตร์ในรอบปี”

เอกลักษณ์ของพิธีมอบรางวัลอีกโนเบล ได้แก่ ผู้รับรางวัลอีกโนเบลจะได้รับรางวัลจากมือของผู้เคยได้รับรางวัลโนเบล (จริง) มีการแสดงปาฐกถายี่สิบสี่เจ็ด การแสดงละครร้องสั้น (mini-opera) การปาเป้าด้วยเครื่องบินกระดาษ เป็นต้น

สำหรับรางวัลโนเบล (จริง) จะมอบให้กับผลงานวิจัยหรือสิ่งประดิษฐ์ที่โดดเด่นใน 6 สาขา คือ ฟิสิกส์ เคมีสรีรวิทยาหรือการแพทย์ วรรณกรรม สันติภาพ และเศรษฐศาสตร์

แต่ผู้ที่ได้รับรางวัลอีกโนเบล คือ ผู้ที่ได้ทำ.สิ่งที่ทำ.ให้คนหัวเราะแล้วจึงได้คิด สิ่งที่ทำนั้นอาจเป็นผลงานวิจัย การศึกษา การกระทำ หรือการออกกฏระเบียบหรือกฏหมาย โดยแต่ละปีจะมีผู้ได้รับรางวัล 10 รางวัล ในสาขาต่างๆ ถึง 50 สาขา ในช่วงเวลา 25 ปี ที่มีการมอบรางวัล

สาขาที่มีผู้ได้รับรางวัลทุกปี คือ การแพทย์ รองลงไปคือ สาขาที่ตรงกับรางวัลโนเบล ได้แก่ ฟิสิกส์ เคมี วรรณกรรม สันติภาพ และเศรษฐศาสตร์ ซึ่งมีผู้ได้รับเกือบทุกปี

ชีววิทยาเป็นสาขาที่อยู่นอกเหนือรางวัลโนเบล ที่มีผู้ได้รับรางวัลเกือบทุกปีเช่นกัน (23 ครั้ง) รองลงไปคือ จิตวิทยา 11 ครั้ง สาธารณสุข 9 ครั้ง คณิตศาสตร์ 7 ครั้ง โภชนาการ 7 ครั้ง โบราณคดี 3 ครั้ง ศิลปะ 3 ครั้ง วิศวกรรม 3 ครั้ง และกีฏวิทยา 3 ครั้ง

สาขาที่มีผู้ได้รับรางวัลเพียง 2 ครั้ง มี 9 สาขา และที่เหลืออีก 26 สาขา ได้รับรางวัลเพียงครั้งเดียว จึงกล่าวได้ว่า จะมีผู้รับรางวัลในสาขาใหม่ๆ ทุกปี

พิธีมอบรางวัลอีกโนเบลในปีนี้ ซึ่งเป็นครั้งที่ 26 จะมีขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2559 เวลา 6 โมงเย็น และจะมีการถ่ายทอดสดทาง webcast ด้วย ผู้สนใจอาจเข้าไปดูกำหนดการ และรายละเอียดของรายการได้ที่ http://www.improbable.com/ig/2016/

รางวัลอีกโนเบล: รางวัลสำหรับงานวิจัย “ที่ทำให้หัวเราะก่อนคิด”

 

 

แผ่นประชาสัมพันธ์พิธีมอบรางวัลอีกโนเบล ครั้งที่ 26

Since 25 December 2012