ประเด็นประชากรที่น่าสนใจ

พื้นที่สีเขียวกับสุขภาพคนเมือง

มนสิการ กาญจนะจิตรา
This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

การเจริญเติบโตของเมืองในปัจจุบันเป็นไปอย่างรวดเร็ว ทุกวันนี้กว่าครึ่งหนึ่งของประชากรโลกอาศัยอยู่ในเขตเมือง และยังคงมีแนวโน้มการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศรายได้ปานกลางอย่างประเทศไทยที่พบว่าประชากรเมืองมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อเปรียบเทียบกับอดีต เมืองคือศูนย์รวมแห่งความเจริญและโอกาสทางเศรษฐกิจที่ดึงดูดให้คนเข้ามาแสวงหาช่องทางเพื่อยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของตนเองและครอบครัว

แต่ความเป็นเมืองนั้นไม่ได้นำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นเสมอไป ทุกวันนี้กว่า 1 ใน 4 ของประชากรเมืองในประเทศไทยอาศัยอยู่ในเขตสลัมและชุมชนแออัด ที่ยังคงมีปัญหาด้านสุขลักษณะและอนามัยของประชากร นอกจากนี้คนเมืองยังต้องเผชิญกับมลพิษต่างๆเป็นประจำ ผนวกกับวิถีชีวิตคนเมืองที่ไม่ส่งผลดีต่อสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นการใช้เวลาอยู่บนท้องถนนวันละหลายชั่วโมง การไม่ได้ออกกำลังกายอย่างเพียงพอ และการรับประทานอาหารที่เน้นความสะดวกเป็นหลัก พฤติกรรมเหล่านี้เป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดโรคไม่ติดต่อ เช่น โรคอ้วน เบาหวาน หรือความดันโลหิตสูงที่กลายเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตของประชากรไทยไปแล้ว

การมีพื้นที่สีเขียวที่เพียงพอต่อจำนวนประชากรในเขตเมือง เป็นข้อแนะนำที่สำคัญจากองค์การอนามัยโลกเพื่อให้เมืองเติบโตอย่างยั่งยืน งานวิจัยจำนวนมากชี้ให้เห็นว่าพื้นที่สีเขียวเป็นปัจจัยสำคัญที่จะนำไปสู่สุขภาพที่ดีของคนเมือง เนื่องจากพื้นที่สาธารณะเหล่านี้จะเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ช่วยลดความแออัด และเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับคนเมืองสำหรับการพักผ่อนหรือออกกำลังกายในเวลาว่าง ซึ่งจะส่งผลดีต่อทั้งสุขภาพกายและใจ

นอกจากนี้พื้นที่สีเขียวเป็นตัวแปรสำคัญที่จะช่วยลดมลพิษของสภาพแวดล้อมในเมือง โดยพื้นที่สีเขียวนี้จะช่วยพัฒนาคุณภาพอากาศให้ดีขึ้น ช่วยการกรองฝุ่นและดูดซับมลพิษที่เกิดจากเขม่ารถยนต์ ปัจจุบันมีคนเสียชีวิตจากมลพิษในเมืองมากกว่า 1 ล้านคนต่อปีทั่วโลก อัตราการตายจากปัญหามลพิษทางอากาศของประเทศในภูมิภาคอาเซียนอยู่ในระดับที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของโลก ดังนั้นการลดมลภาวะในเมืองจึงเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ทุกฝ่ายควรให้ความสำคัญ

ข้อเสนอแนะจากองค์การอนามัยโลกได้ระบุเพิ่มเติมอีกว่า เขตเมืองควรจะมีพื้นที่สีเขียวอย่างน้อย 9 ตารางเมตรต่อคน เพื่อสามารถส่งเสริมสุขภาวะที่ดีของประชากรเมืองและเพื่อการเติบโตของเมืองอย่างยั่งยืน จากรายงานของ The Economist Intelligence Unit ปี 2554 พบว่าขนาดพื้นที่สีเขียวในเมืองใหญ่ 22 แห่งในเอเชียเฉลี่ยอยู่ที่ 39 ตารางเมตรต่อคน เช่น ฮ่องกง ปักกิ่ง สิงคโปร์ ไทเป และกัวลาลัมเปอร์ เป็นเมืองที่มีพื้นที่สีเขียวมากกว่า 40 ตารางเมตรต่อคน ซึ่งสูงกว่ามาตรฐานขั้นต่ำที่องค์การอนามัยโลกแนะนำไว้มาก ส่วนเมืองอื่นๆ เช่น โซล นิวเดลี ฮานอย และโตเกียว มีพื้นที่สีเขียวต่อคนน้อยลดหลั่นกันไป แต่ยังคงสูงกว่ามาตรฐานขั้นต่ำที่องค์การอนามัยโลกแนะนำไว้

สำหรับกรุงเทพมหานคร มีขนาดพื้นที่สีเขียวปัจจุบันเพียง 3 ตารางเมตรต่อคน ซึ่งน้อยกว่ามาตรฐานที่องค์การอนามัยโลกแนะนำ และเกือบจะต่ำที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับเมืองหลักของเอเชียทั้ง 22 แห่ง ถึงแม้ว่าในช่วงที่ผ่านมาเริ่มมีการตื่นตัวเรื่องการเพิ่มพื้นที่สีเขียว แต่จากตัวเลขทางสถิติแล้วกรุงเทพมหานครยังขาดแคลนพื้นที่สีเขียวอีกมากเมื่อเปรียบเทียบกับความต้องการของประชากรเพื่อเสริมสร้างสุขภาวะและคุณภาพชีวิตที่ดี

การเพิ่มพื้นที่สีเขียวในเมืองเป็นการลงทุนที่อาจไม่เห็นผลตอบแทนเป็นเม็ดเงินที่ชัดเจนและรวดเร็วเหมือนการสร้างห้างสรรพสินค้า แต่ประโยชน์ของการเพิ่มพื้นที่สีเขียวในที่สาธารณะเป็นการเสริมสร้างสุขภาพและคุณภาพชีวิตของคนเมือง ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้จำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับประเทศที่เป็นสังคมผู้สูงอายุอย่างประเทศไทย การส่งเสริมสุขภาวะของประชากรเมืองควรเป็นมาตรการสำคัญในการป้องกันการเกิดโรค เพื่อให้คนไทยสามารถมีชีวิตอย่างที่มีสุขภาพดีได้นานยิ่งขึ้น

 

ภาพ: Root Garden อดีตพื้นที่รกร้างใจกลางเขตทองหล่อ ที่ถูกปรับเป็นพื้นที่สาธารณะเล็กๆ ให้ทุกคนสามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันได้

 

สมัครสมาชิกจดหมายข่าว

จดหมายข่าวฯ ราย 2 เดือน ปีละ 6 ฉบับ

กรุณากรอก e-mail ของท่าน

(ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น)



Since 25 December 2012