รางวัลอีกโนเบล

คูถและมูตร

วรชัย ทองไทย
This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

มนุษย์เราต้องกินอาหารเพื่อให้มีชีวิตอยู่ อาหารที่กินเข้าทางปาก จะไหลลงสู่กระเพาะ ซึ่งจะทำหน้าที่คลุกเคล้าอาหารด้วยสารเคมีธรรมชาติ เพื่อให้อาหารกลายเป็นของเหลว ก่อนไหลสู่ลำไส้เล็ก ที่ทำหน้าที่ดูดซึมเอาสารอาหารออกไปบำรุงเลี้ยงร่างกาย อาหารที่ย่อยไม่หมดหรือย่อยไม่ได้ เรียกว่ากากอาหาร รวมทั้งน้ำ วิตามิน และแร่ธาตุบางส่วนที่ไม่ถูกดูดซึม จะไหลสู่ลำไส้ใหญ่ ซึ่งมีหน้าที่ดูดซึมน้ำและวิตามินบี 12 ที่แบคทีเรียในลำไส้ใหญ่สร้างขึ้น ลำไส้ใหญ่ส่วนสุดท้ายจะถูกใช้เป็นที่เก็บกากอาหาร ก่อนที่จะปล่อยออกจากร่างกายทางทวารหนัก กากอาหารที่ออกจากร่างกายนี้ เรียกว่า คูถ หรืออุจจาระ

ส่วนมูตร หรือปัสสาวะ ประกอบด้วยน้ำ และของเสียที่ร่างกายไม่ต้องการ โดยร่างกายจะใช้น้ำและโลหิต เป็นตัวนำแร่ธาตุและอาหารไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย ในขณะเดียวกันน้ำก็เป็นตัวนำเอาสารพิษในร่างกายออกไปทิ้ง โดยผ่านทางไตซึ่งกรองสารพิษออก เหลือแต่มูตรที่ถูกนำไปเก็บไว้ที่กระเพาะปัสสาวะ ก่อนออกจากร่างกายทางท่อปัสสาวะ

โดยปกติ คูถมีส่วนประกอบของน้ำถึงร้อยละ 75 ที่เหลือส่วนใหญ่ประกอบด้วย แบคทีเรียที่ตายแล้ว และอาหารที่ย่อยไม่หมด ส่วนน้อยเป็นไขมัน แร่ธาตุ และโปรตีน สำหรับมูตรประกอบด้วยน้ำเป็นส่วนใหญ่ เหลือเพียง 1 ใน 20 ส่วนที่เป็นเกลือ และสารเคมีที่ร่างกายขับออกมาอีกกว่า 70 ชนิด

ถึงแม้เราจะถือว่า คูถและมูตรเป็นสิ่งปฏิกูลที่ต้องกำจัดทิ้ง แต่มนุษย์เราก็รู้จักใช้คูถและมูตรของคนและสัตว์มาใช้ประโยชน์ ตั้งแต่สมัยโบราณมาแล้ว เช่น ปุ๋ย อิฐ เครื่องหนัง เครื่องสำอาง ยา สี ดินปืน เชื้อเพลิง กระดาษ และแก๊สหุงต้ม เป็นต้น

คูถและมูตรถูกทำเป็นปุ๋ย (ปุ๋ยคอก) เพราะมีแร่ธาตุที่เป็นที่ต้องการของพืช ได้แก่ ไนโตรเจน โปตัสเซียม และฟอสฟอรัส นอกจากนี้ ปุ๋ยคอกยังใช้ประโยชน์ในการปรับปรุงสภาพทางกายภาพของดิน ช่วยลดอัตราการพังทลายของดิน ซึ่งปุ๋ยวิทยาศาสตร์ขาดคุณสมบัติในข้อนี้

 

รูป 1 กำแพงเมืองบาบิลอน

อิฐก้อนแรกของโลกคือ อิฐที่ทำจากโคลน (adobe) แต่ถ้าใช้แต่โคลนล้วน ๆ อิฐก็จะแตกง่าย จึงต้องผสมคูถสัตว์และฟางลงไป เพื่อให้อิฐแข็งแรงและไม่แตกง่าย สิ่งก่อสร้างที่ใช้อิฐโคลนยังคงมีให้เห็นอยู่ เช่น กำแพงเมืองบาบิลอน ที่สร้างมากว่า 2500 ปีแล้ว (รูป 1) ในปัจจุบันก็ยังมีการใช้อิฐโคลนสร้างอาคารบ้านเรือนอยู่

ชาวโรมันใช้มูตรคนสำหรับซักผ้า โดยการนำผ้าใส่ลงในอ่างขนาดใหญ่ จากนั้นจึงเติมมูตรและน้ำลงไปจนท่วม แล้วให้คนลงไปย่ำ เสร็จแล้วจึงนำไปซักด้วยน้ำเปล่าหลายๆ ครั้ง เพื่อขจัดกลิ่นมูตรออก

ในทวีปยุโรปสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 16 ได้มีการนำปืนมาใช้แทนหน้าไม้และธนู ทำให้ความต้องการดินปืนเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ ส่งผลให้ดินปืนเป็นของหายากและราคาแพง คอกสัตว์จึงเป็นแหล่งสำคัญในการผลิตดินปืนราคาถูก เพราะโปตัสเซียมไนเตรด ซึ่งเป็นส่วนผสมส่วนใหญ่ของดินปืน (15 ส่วนใน 20 ส่วน) สามารถสกัดได้จากคูถและมูตรของสัตว์

ในคริสต์ศตวรรษที่ 18 คูถของสุนัขเป็นที่ต้องการสำหรับใช้ในการฟอกหนัง โดยการนำหนังสัตว์ที่ต้องการฟอก ใส่ลงไปในอ่างที่มีส่วนผสมของคูถสุนัขกับน้ำ แล้วจึงให้คนลงไปย่ำ ราว 2-3 ชั่วโมง หลังจากนั้นจึงนำมาซักเอากลิ่นออก การฟอกหนังด้วยวิธีนี้ได้เลิกไปในปลายศตวรรษ เมื่อมีการใช้สารเคมีฟอกหนังแทน

คูถของสัตว์ที่กินพืชเป็นแหล่งวัตถุดิบที่ดี ในการทำกระดาษ ได้แก่ คูถช้าง และคูถหมีแพนดา ส่วนคูถอูฐ และคูถควายไบซัน ก็ใช้เป็นเชื้อเพลิงได้ดี สำหรับแก๊สชีวภาพนั้น ผลิตได้จากคูถและมูตรของคนและสัตว์ทุกชนิด

คูถสัตว์ที่ใช้ทำเครื่องสำอางค์คือ อำพันทะเล หรือขี้วาฬ ที่ถูกสำรอกจากวาฬสเปิร์ม (สายพันธุ์หนึ่งของวาฬ) มีลักษณะเด่น คือ มีกลิ่นหอม จึงถูกใช้เป็นวัตถุดิบในการทำหัวน้ำหอม รวมทั้งใช้ในการแต่งกลิ่นในอาหาร หรือไวน์ด้วย

กาแฟที่แพงที่สุดในโลก คือ กาแฟขี้ชะมด (Civet Coffee) ที่ผลิตในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นเมล็ดกาแฟที่สัตว์กลุ่มชะมดได้กินและถ่ายออกมา แล้วจึงถูกนำไปล้างให้สะอาด ก่อนนำมากะเทาะเปลือกและคั่ว เช่นเดียวกับกาแฟงาดำ (Black Ivory coffee) หรือกาแฟขี้ช้าง ที่ผลิตในภาคเหนือของประเทศไทย โดยใช้กรรมวิธีการผลิตเช่นเดียวกัน เพียงแต่ให้ช้างเป็นผู้กินเมล็ดกาแฟแทน

รางวัลอีกโนเบล ปีล่าสุด สาขาโภชนาการ ได้มอบให้กับนักวิจัยชาวเสปน 5 คน (Raquel Rubio, Anna Jofre, Belen Martin, Teresa Aymerich, และ Margarita Garriga) ที่ได้นำเสนอรายงานการศึกษาเรื่อง การสกัดแบคทีเรียกรดแลกติกจากคูถทารก เพื่อใช้เป็นสารเริ่มต้นในการทำไส้กรอก

 

รางวัลอีกโนเบล: รางวัลที่ทำให้ขำ แล้วจึงได้คิด

สมัครสมาชิกจดหมายข่าว

จดหมายข่าวฯ ราย 2 เดือน ปีละ 6 ฉบับ

กรุณากรอก e-mail ของท่าน

(ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น)



Since 25 December 2012