เวทีวิจัยประชากรและสังคม

ผู้ดูแลจิตอาสา

จงจิตต์ ฤทธิรงค์
This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

ผู้ดูแลจิตอาสาในที่นี้ขอกล่าวถึงอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านหรือที่เราเรียกกันจนคุ้นปากว่า อสม. ประเทศไทยเริ่มมี อสม. ตั้งแต่ปี 2520 วัตถุประสงค์เมื่อแรกเริ่มก่อตั้งเพื่อเป็นอาสาสมัครประจำหมู่บ้านให้ความรู้แก่ชาวบ้านด้านสาธารณสุขมูลฐานซึ่งเน้นการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคหากไปถาม อสม. ว่าหน้าที่ของท่านเหล่านั้นคืออะไรก็จะได้
สโลแกนที่ตอบตรงกันว่า “แก้ข่าวร้ายกระจายข่าวดี”

กว่าจะได้มาเป็น อสม. นั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่าย อสม.จะต้องได้รับการไว้วางใจจากชาวบ้านและเข้ารับการอบรมอย่างน้อย 3 วันเพื่อให้เข้าใจหน้าที่และบทบาทของ อสม. รวมทั้งรู้วิธีการดูแลสุขภาพ และวินิจฉัยอาการของโรคในเบื้องต้น เพื่อแนะนำให้ชาวบ้านไปรับการรักษาได้อย่างทันท่วงที นอกจากนี้ อสม. จะต้องปฏิบัติตัวเป็นแบบอย่างแก่ชาวบ้าน เช่น การรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ ลดอาหารมันเค็มเพื่อให้ดัชนีมวลกาย (Body Mass Index หรือ BMI) ความดันโลหิต และระดับน้ำตาลอยู่ในเกณฑ์ อสม. แต่ละคนจะรับผิดชอบดูแลความเป็นอยู่ของเพื่อนบ้านประมาณ 15 หลังคาเรือน และต้องติดตามเฝ้าระวังประชากร 6 กลุ่ม ได้แก่ เด็ก วัยแรงงาน แม่และเด็ก ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ผู้ด้อยโอกาส และผู้สูงอายุ หากมีชาวบ้านคนใดต้องการความช่วยเหลือ อสม. จะเป็นคนแรกที่รู้และรายงานให้เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล (รพ.สต.) ทราบ โดยบันทึกในรายงานเพื่อส่งให้ รพ.สต. เป็นประจำทุกเดือน

อสม. นับว่าเป็นผู้เสียสละอย่างยิ่ง เดิม อสม. ไม่ได้รับค่าตอบแทนใดๆ แต่เนื่องจากมีภารกิจมากและต้องสละเวลางานเดินทางมาประชุมที่ รพ.สต. ทุกเดือน กระทรวงสาธารณสุขให้จ่ายค่าป่วยการ 600 บาทต่อเดือนตั้งแต่ปี 2552 เป็นต้นมา แม้จะมีค่าป่วยการและสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลตนเองและสมาชิกในครอบครัวเป็นการตอบแทน แต่อุดมการณ์ของ อสม. ที่ปฎิบัติงานในชุมชนก็ไม่เคยเปลี่ยนแปลง

ผู้เขียนได้มีโอกาสพูดคุยกับ อสม. ในพื้นที่ชนบทจังหวัดบุรีรัมย์ถึงเหตุผลที่มาเป็น อสม. บางท่านตอบว่าเป็นแทนพ่อแม่ที่ชราภาพหรือสามีที่เสียชีวิตไปแล้ว อย่างไรก็ตามการตัดสินใจทั้งมวลมาจาก “จิตอาสา” ทุกท่านตอบอย่างภาคภูมิใจด้วยสีหน้าอิ่มเอมด้วยความสุขว่าอยากช่วยเหลือคนในชุมชนที่ตนอาศัยอยู่ วัฒนธรรมและความมีน้ำใจเอื้อเฟื้อของคนไทยจะทำให้คนในชุมชนอยู่ได้อย่างเป็นสุข

อสม.เป็นกลไกสำคัญในการทำงานของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเพื่อดูแลผู้สูงอายุในชุมชน เจ้าหน้าที่ รพ.สต. ยอมรับว่าหากไม่มี อสม. พวกเขาคงไม่สามารถทำงานได้อย่างราบรื่น เพราะการเข้าถึงและทำให้ชาวบ้านเชื่อถือนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย การที่มี อสม. มาร่วมตรวจเยี่ยมชาวบ้าน ก็เหมือนญาติพี่น้องพาแขกที่คุ้นเคยมาบ้าน ทำให้ผู้สูงอายุให้การต้อนรับเป็นอย่างดี ผู้สูงอายุบางคนไม่มีลูกหลานคอยดูแลเพราะต้องไปทำงานต่างจังหวัด ก็ได้ อสม. คอยมาดูแลจัดยาให้ทุกวัน อสม. บางคนมาฉีดยาให้ผู้สูงอายุที่เป็นเบาหวานทุกเช้าก่อนที่ท่านจะรับประทานอาหาร ผู้สูงอายุหลายท่านบอกว่าอบอุ่นใจที่มี อสม. มาคอยดูแลหากเจ็บป่วยกะทันหัน ก็โทรฯ เรียกรถบริการในชุมชนหรือเพื่อนบ้านให้ช่วยเหลือพาไปโรงพยาบาลได้แม้จะเป็นยามวิกาล ไม่เพียงดูแลด้านสุขภาพอนามัยเท่านั้น อสม. ยังทำหน้าที่รักษาสิทธิให้แก่ผู้สูงอายุในการรับเบี้ยยังชีพ ปกติผู้สูงอายุต้องมารับเองหรือมีเอกสารมอบฉันทะให้ผู้แทนมารับได้ แต่การจัดเตรียมเอกสารและการเขียนหนังสืออาจไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับผู้สูงอายุ อสม. บางท่านจึงได้รับความไว้วางใจจากทั้งผู้สูงอายุและเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบล/เทศบาลตำบลให้รับแทนได้โดยไม่ต้องมีเอกสาร เพราะเชื่อใจได้ว่าเบี้ยยังชีพนี้จะไปถึงผู้สูงอายุอย่างแน่นอน

 

ภาพตัวอย่างการปฏิบัติงานของ อสม. นพธเนศ ธนดลนิธิศักดิ์ ผู้ได้รับรางวัล อสม.ดีเด่น สาขาการแพทย์แผนไทย

อสม. ที่ได้ไปพบระหว่างการเก็บข้อมูลที่ รพ.สต. แห่งหนึ่งได้ผ่านการคัดเลือกเป็นตัวแทนจังหวัดจนได้รับรางวัล อสม. ดีเด่นระดับเขตและผ่านเข้ารอบระดับภาคในสาขาแพทย์แผนไทยและรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย อีกท่านหนึ่งได้รับรางวัล อสม. ดีเด่นสาขาการจัดการชุมชน รางวัลที่ได้มานี้เป็นขวัญกำลังใจในความทุ่มเทเพื่อดูแลคนในชุมชน อสม. บอกตรงกันว่าจะทำหน้าที่ไปจนกว่าร่างกายจะไม่เอื้ออำนวย คำตอบนี้ทำให้ผู้เขียนคลายความกังวลใจเพราะผู้สูงอายุจะไม่ถูกทอดทิ้งอย่างแน่นอน

สมัครสมาชิกจดหมายข่าว

จดหมายข่าวฯ ราย 2 เดือน ปีละ 6 ฉบับ

กรุณากรอก e-mail ของท่าน

(ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น)



Since 25 December 2012