ประชากรและสิ่งแวดล้อมว่าด้วยชีวมวลเป็นพลังงานทางเลือก?

ธีระพงศ์ สันติภพ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรมโดยพื้นฐาน จากการสำรวจสภาวะการทำงานของประชากรเดือนมกราคม พ.ศ. 2557 โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่ามีแรงงานที่อยู่ในภาคเกษตรกรรม 11.71 ล้านคนของผู้มีงานทำ แรงงานเหล่านี้เป็นแรงงานหลักที่ผลิตสินค้าเกษตรส่งออกเป็นสินค้าหลักของประเทศ ทำให้ประเทศมีผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรจำนวนมาก ทำให้มีชีวมวลเหลือทิ้งจำนวนมากที่ไม่ได้นำมาใช้ประโยชน์ ในบางครั้งกลับเผาทำลายทิ้ง เกิดมลพิษ (Pollution) ต่อสิ่งแวดล้อม ตัวอย่างชีวมวลที่เหลือใช้ เช่น ฟางข้าวผลิตได้ประมาณ 15.73 ล้านตัน ไม่ได้นำมาใช้ 4.6 ล้านตัน คิดเป็น ร้อยละ 29.5 คิดเป็นค่าพลังงานความร้อนเทียบเท่าน้ำมัน 1366.1 k.toe (Kilo tons of oil equivalents) ใบอ้อยผลิตได้ 10.95 ล้านตัน ไม่ได้นำมาใช้ 6.02 ล้านตัน คิดเป็น ร้อยละ 40.7 คิดเป็นค่าพลังงานความร้อนเทียบเท่าน้ำมัน 2225.89 k.toe ทะลายปาล์มผลิตได้ 2.04 ล้านตัน ไม่ได้นำมาใช้ 0.78 ล้านตัน คิดเป็นร้อยละ 38 เทียบเท่าน้ำมัน 134.34 k.toe จากตัวเลขดังกล่าวจะเห็นได้ว่าประเทศไทยสูญเปล่าทางด้านพลังงานจำนวนมหาศาล สาเหตุส่วนหนึ่งเกิดจากการที่ภาครัฐไม่มีนโยบายในรูปแบบการส่งเสริมทางด้านชีวมวลที่แน่นอน หรือไม่มีเอกชนหรือโรงงานผลิตรายใดได้นำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อการผลิตพลังงานด้วยชีวมวลอย่างแพร่หลาย การบริหารจัดการ การขนส่ง และการตลาดที่ไม่บรรลุผลก็เป็นได้ที่ส่งผลทำให้มีการสูญเปล่าทางชีวมวลเกิดขึ้น

จากปัญหาและตัวเลขดังกล่าว ถ้าภาครัฐกำหนดนโยบายที่แน่นอนและมีการพัฒนาเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับชีวมวลแต่ละชนิด ตลอดจนการบริหารจัดการขนส่งและรัฐบาลมีการประกันราคาเชื้อเพลิงชีวมวลที่เหมาะสมตามกลไกตลาดพลังงาน เช่น กำหนดราคาพลังงานชีวมวลเป็นจำนวนเงินต่อค่าความร้อนชีวมวล ก็จะนำชีวมวลเหล่านั้นมาใช้ให้คุ้มค่าทั้งทางด้านเศรษฐกิจและเชื้อเพลิงพลังงาน ทำให้ลดการพึ่งพาพลังงานที่จะต้องนำเข้าจากต่างประเทศปีละหลายแสนล้านบาท ทำให้ประเทศไทยมีความมั่นคงทางพลังงานมากขึ้น รวมทั้งสามารถลดมลพิษจากการเผาทำลายชีวมวลที่เหลือทิ้งเหล่านั้น และรายได้ที่จะเพิ่มเข้ามาในเรื่องของการจ่ายภาษีเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse gas) ของโรงงานอุตสาหกรรม

นอกจากนี้การพัฒนาชีวมวลเพื่อนำมาใช้เป็นพลังงานจะช่วยลดต้นทุนการผลิตในภาคอุตสาหกรรม ปัจจุบันประเทศไทยได้มีการนำแก๊สมาใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตพลังงานแทนน้ำมันซึ่งมีราคาสูง การนำเข้าแก๊ส และน้ำมันจากต่างประเทศยังคงมีปริมาณสูงอยู่เช่นเดิม รวมทั้งแก๊สและน้ำมันเป็นเชื้อเพลิงที่ใช้แล้วหมดไปและราคาก็นับวันจะสูงเพิ่มมากขึ้น แต่ชีวมวลเป็นเชื้อเพลิงที่สามารถผลิตทดแทนได้ และการใช้ชีวมวลจะช่วยลดการนำเข้าแก๊สและน้ำมันจากต่างประเทศได้เป็นจำนวนมาก เป็นการลดต้นทุนการผลิตและช่วยเพิ่มศักยภาพของการแข่งขันในเวทีโลกตลอดจนเป็นการเพิ่มความมั่นคงทางด้านพลังงานและอาหารของประเทศ

จากปัญหาที่เกิดขึ้นของการใช้ชีวมวลรวมทั้งหลักการและเหตุผลตามที่กล่าวมา สมควรที่ภาครัฐจะต้องมีการกำหนดนโยบายเพื่อเพิ่มศักยภาพทางด้านเศรษฐกิจและเทคโนโลยีของการนำชีวมวลมาใช้ในการผลิตพลังงาน ซึ่งจะช่วยส่งเสริมแผนพัฒนาพลังงานของประเทศร้อยละ 25 ให้บรรลุเป้าหมาย ในเรื่องของการใช้ชีวมวล ทะลายปาล์ม ฟางข้าว และใบอ้อยมาผลิตเป็นพลังงานนั้น จากผลการวิจัยพบว่าในพื้นที่ปลูกปาล์มตัวอย่างที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีมีโรงงานผลิตน้ำมันปาล์ม มีการนำทะลายปาล์มมาใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตน้ำมันปาล์มดิบและน้ำมันปาล์มที่ผ่านกระบวนการสังเคราะห์ ซึ่งเป็นน้ำมันปาล์มเพื่อการบริโภค ในส่วนที่เกี่ยวกับนโยบายของการนำชีวมวลมาใช้เป็นพลังงาน ควรเป็นการพัฒนาพลังงานทดแทนประเภทชีวมวลเพื่อผลิตไฟฟ้าของไทยและควรมีการทบทวนส่วนเพิ่มจากราคาปกติ (Adder) เพื่อเพิ่มแรงจูงใจให้เอกชนลงทุนโดยส่งเสริมให้มีโรงไฟฟ้าขนาดเล็กจากชีวมวล ซึ่งอาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับพลังงานทดแทน

 

สมัครสมาชิกจดหมายข่าว

จดหมายข่าวฯ ราย 2 เดือน ปีละ 6 ฉบับ

กรุณากรอก e-mail ของท่าน

(ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น)



Since 25 December 2012