ประเด็นประชากรที่น่าสนใจ

ไต้หวันรุ่นใหม่ ไม่นิยมมีลูก

มนสิการ กาญจนะจิตรา This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

เมื่อช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา มีโอกาสได้ไปดูงานที่ไต้หวัน เกาะขนาดเล็กในมหาสมุทรแปซิฟิก ทางตะวันออกเฉียงใต้ของจีนแผ่นดินใหญ่ ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ได้ไปไต้หวัน จึงรู้สึกตื่นเต้นเป็นพิเศษกับโอกาสที่จะได้เปิดโลกทัศน์ของตนเอง

เมื่อเดินทางถึงไต้หวัน สิ่งแรกที่สังเกตมองในฐานะคนที่สนใจด้านประชากรก็คือคน ระหว่างนั่งรถเข้าไปในเมืองก็นั่งมองดูคนไปเรื่อยๆ ว่ามีใครออกมาเดินเล่นกันบ้าง มีเด็กเล็กๆ บ้างไหม มีผู้สูงอายุเยอะหรือเปล่า ซึ่งเท่าที่เห็นในเบื้องต้นก็มีผู้สูงอายุเดินอยู่ตามท้องถนนหรือนั่งเล่นอยู่หน้าบ้านเยอะพอสมควร กำลังมองเพลินๆ ผู้นำคณะเดินทาง ซึ่งเป็นนักเรียนไทยที่กำลังศึกษาในระดับปริญญาเอกที่ไต้หวัน ก็เหมือนจะอ่านใจเราออก โดยได้เริ่มบรรยายข้อมูลพื้นฐานด้านประชากรของไต้หวันให้ฟัง

ไต้หวันเป็นเกาะที่มีพื้นที่ไม่ใหญ่มาก รวมพื้นที่แล้วเล็กกว่าประเทศไทยประมาณ 14 เท่า และเล็กกว่าญี่ปุ่นประมาณ 10 เท่า ในขณะที่ประชากรไต้หวันมีประมาณ 23.4 ล้านคน ซึ่งน้อยกว่าไทยประมาณเพียง 3 เท่า ไต้หวันจึงมีความหนาแน่นของประชากรสูง ยิ่งถ้าเข้าไปในไทเปจะพบว่าค่อนข้างแออัดและวุ่นวาย (ถึงแม้โดยส่วนตัวแล้วไม่ได้รู้สึกว่าแออัดหรือวุ่นวายไปกว่ากรุงเทพฯ สักเท่าไรเลย)

ปัญหาประชากรของไต้หวัน ก็ไม่พ้นปัญหาที่ประเทศรายได้สูงโดยมากพบกันในปัจจุบัน คือปัญหาการมีลูกน้อย แต่ไต้หวันถือว่าอยู่ในขั้นวิกฤติกว่าประเทศอื่นๆ มากนัก เมื่อปี 2553 อัตราเจริญพันธุ์ของไต้หวันตกลงไปในระดับที่ต่ำที่สุดในประวัติการณ์ คือที่ 0.895 ซึ่งหมายความว่า ผู้หญิงหนึ่งคนตลอดวัยเจริญพันธุ์ มีลูกโดยเฉลี่ยไม่ถึงหนึ่งคน ประเทศไทยที่ใครต่อใครว่าอัตราเด็กเกิดน้อยแล้ว ยังสูงกว่าไต้หวันเกือบเท่าตัว

ที่ผ่านมารัฐบาลไต้หวันได้พยายามหาหลากหลายมาตรการเพื่อกระตุ้นให้คนไต้หวันมีลูกกันมากขึ้น ทั้งการให้เงินพิเศษสำหรับการคลอดบุตร การอุดหนุนค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา การเพิ่มสถานเลี้ยงเด็กเล็กในราคาไม่แพง ซึ่งมาตรการเหล่านี้ก็ค่อนข้างจะได้ผลในระดับหนึ่ง ในปี 2555 อัตราเจริญพันธุ์ของไต้หวันดีดตัวกลับขึ้นมาถึง 1.27 ซึ่งสูงสุดในรอบ 10 ปี แต่ส่วนหนึ่งคาดว่าน่าจะเป็นเพราะปีนั้นเป็นปีมังกรทอง คนจีนจึงอาจนิยมอยากมีลูกในปีนั้นมากเป็นพิเศษ

สาเหตุหนึ่งของการมีลูกน้อย คือการที่คนแต่งงานช้าลงหรือไม่ก็ไม่แต่งงานกันเสียเลย หากลองเปรียบเทียบกับเมื่อ 30 ปีก่อน ผู้ชายอายุระหว่าง 25-29 ที่เป็นโสดในไต้หวันมีประมาณร้อยละ 40 ในขณะที่ปัจจุบันตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 85 ผู้หญิงก็เช่นกัน สมัยก่อนผู้หญิงอายุระหว่าง 25-29 ที่เป็นโสดมีไม่ถึงร้อยละ 20 แต่ตอนนี้เพิ่มขึ้นมากกว่าสามเท่า เป็นร้อยละ 70 ในปัจจุบัน

เหตุผลที่คนไต้หวันไม่ค่อยยอมแต่งงานกันสักที ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะผู้หญิงไต้หวันสมัยนี้เก่ง การศึกษาดี ทำงานเก่งไม่ด้อยไปกว่าผู้ชาย อะไรที่ผู้ชายทำได้ ผู้หญิงก็ทำได้ ถ้าผู้ชายไม่ดีไม่เก่งพอ ผู้หญิงก็ไม่ยอมเลือกมาเป็นสามี ยิ่งถ้าหากผู้ชายเป็นลูกชายคนโต ผู้หญิงยิ่งไม่อยากแต่งด้วย เพราะตามธรรมเนียมแล้วถ้าแต่งก็ต้องย้ายไปอยู่บ้านสามี ต้องคอยปรนนิบัติรับใช้พ่อแม่สามี ซึ่งผู้หญิงสมัยใหม่ไม่ให้ค่านิยมอย่างนี้แล้ว เพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งของผู้นำคณะเดินทางซึ่งเป็นคนไต้หวันเล่าให้ฟังว่า ตอนก่อนแต่งงานอยู่บ้านพ่อแม่ตัวเอง อยากกินผลไม้ก็มีคนปอกให้กิน แต่พอแต่งงานแล้วย้ายมาอยู่บ้านสามี อยากกินก็ต้องปอกเอง มิหนำซ้ำพอปอกเสร็จสามีก็ยกเอาไปให้พ่อแม่สามีก่อน สร้างความไม่พอใจให้แก่ผู้หญิงไต้หวันสมัยใหม่อย่างเขาอยู่ไม่น้อย

 ความเปลี่ยนแปลงทางค่านิยมของคนยุคใหม่เป็นความท้าทายที่รัฐบาลไต้หวันกำลังเผชิญในปัจจุบัน นโยบายส่งเสริมการเกิดที่ผ่านมาในไต้หวัน (และอีกหลายๆ ประเทศทั่วโลก) เน้นการลดค่าใช้จ่ายในการมีลูกหรือให้แรงจูงใจทางการเงิน แต่สำหรับชาวไต้หวันยุคใหม่แล้ว การเงินไม่ใช่อุปสรรคสำคัญในการตัดสินใจมีบุตร หากแต่เป็นเพราะค่านิยม โดยเฉพาะการให้ความสำคัญกับการสร้างครอบครัวที่เปลี่ยนไป ดังนั้นนโยบายส่งเสริมการเกิดจึงจำเป็นต้องคำนึงถึงปัจจัยให้รอบด้านให้ได้มากที่สุด นโยบายที่มุ่งเน้นปัญหาทางการเงินเพียงอย่างเดียวจึงอาจไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับไต้หวันในยุคเกิดน้อยเช่นนี้

 

 ดอกไม้ที่เหล่าคุณแม่มือใหม่มอบให้กับคุณหมอผู้ทำคลอดแทนคำขอบคุณ ถูกจัดไว้หน้าแผนกสูตินารีเวชในโรงพยาบาลในไต้หวัน

ดอกไม้ที่เหล่าคุณแม่มือใหม่มอบให้กับคุณหมอผู้ทำคลอดแทนคำขอบคุณ

ถูกจัดไว้หน้าแผนกสูตินารีเวชในโรงพยาบาลในไต้หวัน

 แม่ชาวไต้หวันกับลูกสาวตัวน้อยหน้าสถานีรถขนส่งในไทเป

แม่ชาวไต้หวันกับลูกสาวตัวน้อยหน้าสถานีรถขนส่งในไทเป

 

สมัครสมาชิกจดหมายข่าว

จดหมายข่าวฯ ราย 2 เดือน ปีละ 6 ฉบับ

กรุณากรอก e-mail ของท่าน

(ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น)



Since 25 December 2012