เวทีวิจัยประชากรและสังคม

สถานะของงานวิจัยด้านความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็กหญิงในประเทศไทย

สุชาดา ทวีสิทธิ์ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

10 กว่าปีที่ผ่านมา สังคมไทยพยายามแก้ไขปัญหาการทำความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็กหญิงในเชิงรูปธรรมมากขึ้น เช่น จัดทำนโยบายระดับชาติ ออกพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550 รวมทั้งกำหนดกลไกดูแลผู้หญิงและเด็กหญิงที่ได้รับผลกระทบ ประกอบด้วย การจัดตั้งศูนย์พึ่งได้ในโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขทุกระดับ ปัจจุบันมีศูนย์ดังกล่าวกว่า 800 แห่งทั่วประเทศ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคง จัดให้มีศูนย์ช่วยเหลือสังคมและมีบริการสายด่วนแจ้งเหตุ 1300 กระนั้น ปัญหาการทำร้ายผู้หญิงและเด็กหญิงในรูปแบบต่างๆ ในบ้านเรา ยังเป็นปัญหาที่น่าห่วงใยมาก

สถิติของกระทรวงสาธารณสุขที่เก็บรวบรวมจากศูนย์พึ่งได้ทั่วประเทศในช่วงปี 2556 มีผู้หญิงและเด็ก (ส่วนใหญ่เป็นเด็กหญิง) ถูกทำร้าย ทุกๆ 15 นาที เฉลี่ยชั่วโมงละประมาณ 4 คน วันละประมาณ 87 ราย เด็กอายุน้อยกว่า 18 ปี ไปจนถึงต่ำกว่า 5 ปี ถูกทำร้ายในรูปแบบของการถูกล่วงละเมิดทางเพศมากที่สุด รองลงมาคือการถูกทำร้ายร่างกาย ส่วนผู้หญิงที่เป็นวัยผู้ใหญ่ อายุ 18 ปีขึ้นไป พบว่า ถูกทำร้ายทางกายจากคู่หรือสามีมากที่สุด รองลงมาคือถูกทำความรุนแรงทางเพศ เมื่อมองภาพความรุนแรงต่อผู้หญิงในสังคมไทยในระดับโลก ปี 2556 UN Women ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านผู้หญิงขององค์การสหประชาชาติระบุว่าประเทศไทยอยู่ในลำดับที่ 36 ในจำนวน 75 ประเทศที่มีการทำความรุนแรงทางกายต่อผู้หญิงมากที่สุดและอยู่ลำดับที่ 7 ในจำนวน 71 ประเทศที่มีการทำรุนแรงทางเพศต่อผู้หญิงมากที่สุด

สถานะของงานวิจัยด้านความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็กหญิงในประเทศไทย

เครือข่ายนานาชาติที่ทำงานด้านนี้ต่างเห็นว่า การศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการทำความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็กหญิงนั้นมีความสำคัญและจำเป็น เพื่อนำไปต่อยอดสร้างนโยบายและมาตรการเพื่อป้องกันปัญหาและแก้ไขผลกระทบที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับสถานะงานวิจัยด้านนี้ในบ้านเรา พบว่า ในช่วงระหว่าง พ.ศ. 2524 - พ.ศ. 2544 ความสนใจของนักวิชาการต่อประเด็นนี้มีน้อยมาก    พบงานวิจัยอยู่เพียง 25 เรื่อง ที่เน้นศึกษาสาเหตุของความรุนแรงและผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อผู้หญิงที่ตกเป็นเหยื่อความรุนแรงในบริบทชีวิตคู่1 ตั้งแต่ พ.ศ. 2545 - พ.ศ. 2557 พบว่ามีงานวิจัยด้านนี้เพิ่มขึ้น 5 ถึง 6 เท่าตัว ซึ่งมีประเด็นการศึกษาวิจัยที่ครอบคลุมมากขึ้น ผลการสำรวจงานวิจัยเรื่องการทำความรุนแรงต่อผู้หญิงพ.ศ. 2545 ถึง พ.ศ. 2557 พบมีงานวิจัยถึง 193 เรื่อง2 โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังการประกาศใช้พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว กล่าวคือ ตั้งแต่ปี 2550 ถึงปี 2557 มีงานวิจัยเพิ่มขึ้นชัดเจน โดยมี 122 เรื่อง แสดงให้เห็นว่างานวิจัยด้านความรุนแรงต่อผู้หญิงเป็นที่สนใจมากขึ้น

ร้อยละ 55 ของงานวิจัยที่เพิ่มขึ้น เป็นวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาโทและปริญญเอก ส่วนงานวิจัยที่ทำโดยนักวิชาการหรืออาจารย์มีร้อยละ 44 พบว่า ร้อยละ 40.4 เป็นงานวิจัยเชิงปริมาณหรืองานวิจัยเชิงสำรวจ งานวิจัยร้อยละ 17.6 เน้นสัมภาษณ์ผู้หญิงและเยาวชนหญิงทั่วไปที่ไม่ใช่เหยื่อความรุนแรง รองลงมา คือ ร้อยละ 16.6 สัมภาษณ์ผู้ให้บริการหรือเจ้าหน้าที่ ถัดมาร้อยละ 14 สัมภาษณ์ผู้หญิงที่เป็นเหยื่อความรุนแรง และมีงานวิจัยที่ศึกษาผู้ชายในฐานะผู้กระทำความรุนแรงอยู่จำนวน 8 เรื่อง (ร้อยละ 4.1) ส่วนพื้นที่ทำวิจัยพบว่า ร้อยละ 25.4 เก็บข้อมูลในสถานบริการ เช่น โรงพยาบาล ศูนย์ฟื้นฟู สถานสงเคราะห์ รองลงมา คือ ร้อยละ 20.2 ศึกษาปัญหานี้ในชุมชนเมือง เมื่อพิจารณารายภาคและกรุงเทพมหานคร พบว่ามีงานวิจัยที่ทำในกรุงเทพมหานครมากที่สุด (ร้อยละ 24.9) งานวิจัยเชิงสำรวจที่เก็บข้อมูลครอบคลุมทุกภาคมีเพียงร้อยละ 6.7 รูปแบบของความรุนแรงที่งานวิจัยเหล่านี้ศึกษามากที่สุด คือ ความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งมีถึง 119 เรื่องในจำนวน 193 เรื่อง (ดูกราฟวงกลม)

สถานะของงานวิจัยด้านความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็กหญิงในประเทศไทย

จากข้อมูลที่นำเสนอมา จึงเห็นได้ว่าเรายังมีงานวิจัยที่ศึกษาความรุนแรงที่เกิดขึ้นในผู้หญิงกลุ่มเฉพาะต่างๆ เช่น กลุ่มชาติพันธุ์ กลุ่มศาสนา กลุ่มอาชีพ กลุ่มเยาวชนหญิง ฯลฯ จำนวนน้อย ขาดงานวิจัยที่ศึกษารูปแบบความรุนแรงต่อผู้หญิงในด้านอื่นๆ เช่น ด้านจิตใจ ด้านโครงสร้างสังคม (วัฒนธรรม ค่านิยม กฎหมาย นโยบาย) รวมทั้งยังขาดงานวิจัยที่ศึกษาเรื่องการป้องกัน และการประเมินผลมาตรการแก้ปัญหาต่างๆ และที่สำคัญอย่างยิ่งพบว่าเรายังขาดงานวิจัยที่ใช้กระบวนทัศน์เรื่องเพศภาวะและเพศวิถี มาตีแผ่ให้สังคมตระหนักรู้ถึงเงื่อนไขทางสังคมวัฒนธรรมที่ค้ำยันฐานคิดเรื่องเพศแบบชายเป็นใหญ่ในสังคมไทย


1 อ้างใน การสังเคราะห์งานวิจัยเกี่ยวกับปัญหาความรุนแรงต่อผู้หญิงในชีวิตคู่ในระหว่าง พ.ศ. 2524-2544 ของ นันทพันธ์ ชินล้ำประเสริฐ์ ในรายงานวิจัยเรื่อง การพัฒนาระบบฐานข้อมูลและสังเคราะห์งานวิจัยด้านความรุนแรงในสังคมไทย ที่ได้รับการสนับสนุนจากสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข พ.ศ. 2546

2 ข้อมูลจากโครงการทบทวนงานวิจัยเกี่ยวกับการทำความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็กหญิง พ.ศ. 2545-พ.ศ. 2557 ดำเนินการโดย สุชาดา ทวีสิทธิ์ และอารีย์ พรหมโม้ งบประมาณสนับสนุนจากสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล

สมัครสมาชิกจดหมายข่าว

จดหมายข่าวฯ ราย 2 เดือน ปีละ 6 ฉบับ

กรุณากรอก e-mail ของท่าน

(ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น)



Since 25 December 2012