ประเด็นทางประชากรและสังคม

ชีวิตที่ดี....

ภัสสร ลิมานนท์ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
ศาสตราจารย์ ดร.ภัสสร ลิมานนท์ เกษียณอายุจากวิทยาลัยประชากรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เขียนเล่าประสบการณ์การใช้ชีวิตหลังเกษียณ มาให้พวกเราได้อ่านกัน

 ตอนที่ 2

ในแต่ละวัน จากห้องพักที่อยู่ชั้น 5 ของตัวอาคาร (ทั้งหมดสูง 6 ชั้น) ตื่นเช้าตรู่โดยไม่ใช้นาฬิกาปลุก เพราะแสงอาทิตย์อ่อนๆจากทิศตะวันออก สาดส่องมาพร้อมกับเสียงนกกาที่ส่งเสียงร้องเซ็งแซ่ปลุกให้ตื่น (พื้นที่โดยรอบเป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ และยังเป็นป่าชายเลน) มีลมทะเลเย็นพัดเข้ามาเอื่อยๆจากอ่าวไทย (ที่อยู่ไกลออกไปพอประมาณ ไม่ถึงกับทำให้ผิวคล้ำหมดสวย) ทำให้การเริ่มต้นวันสดชื่น ช่วงเช้าเป็นเวลากินกาแฟ กินอาหารเช้า ดูรายการข่าวจากทีวีติดตามความเคลื่อนไหวโลกภายนอก (ไม่ต้องอ่านหนังสือพิมพ์ฉบับละ 10 บาท) ดูละครที่ชื่นชอบ (ซีรีส์เกาหลี 100 ตอนจบ) ตรวจสอบข้อมูลจากโซเชียลมีเดียแอพพลิเคชั่น (ที่ฮิทสุดในหมู่ผู้สูงวัยขณะนี้คือ LINE) ดูว่ามีใครส่งข้อมูล ข้อความมาทักทายและยังนับเราเป็นเพื่อนกันอยู่บ้าง (แต่อย่าเผลอตัวนั่งอ่านจนเวลาหมดไปเป็นชั่วโมง โดยไม่ได้ขยับกาย) เผลอแผล็บเดียวหมดเวลาไปครึ่งวัน

ตอนบ่ายหลังอาหารเที่ยง หากมีงาน (ที่คนอื่นมาขอให้ช่วยทำเนื่องจากยังเชื่อฝีมือกันอยู่) ก็ทำไป บางครั้งเวลาทั้งบ่ายอาจหมดไปกับงานชิ้นนี้ แต่เมื่อใดที่ไม่มีงานอื่นก็ใช้เวลาไปกับการวาดรูปสีน้ำที่ชอบ ทำงานฝีมือที่โปรด เสียบหูฟังเพลง (สุนทราภรณ์) เขียนหนังสือ (ที่ไม่ใช่งานวิชาการเพราะห่างหายวงการไปนาน ส่วนใหญ่มักเป็นบันทึกหลังการท่องเที่ยวเดินทางเพื่อเก็บเป็นความทรงจำ และแจกเพื่อนฝูงอ่านสนุกๆ) มีเวลาหยุดพักกินขนมอร่อยชิ้นไม่ใหญ่นัก กับชาร้อน 1 ถ้วย (เป็นชานมแบบ 3 in 1 จากพม่าอร่อยสุด) ให้รางวัลกับตัวเองที่ใช้เวลาอย่างสมประโยชน์มาแล้วเกือบค่อนวัน

ช่วงบ่ายจัด แดดร่มลมตก ถึงเวลาที่ต้องเคลื่อนตัวเองออกจาก ‘รัง’ ห้องพัก ลงไปออกกำลังกาย ได้พบปะพูดคุยกับผู้สูงวัยท่านอื่นๆ ที่ต่างก็ได้เวลาออกมาจาก ‘รัง’ เช่นกันในเวลายามเย็น โดยที่โครงการบ้านพักแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ขนาดใหญ่ที่เศรษฐีใจบุญได้บริจาคให้แก่องค์กรแห่งนี้เมื่อกว่า 50 ปีที่แล้วได้ใช้เป็นสถานพักฟื้นผู้ป่วย ทำให้มีพื้นที่กว้างขวางมากมายที่ผู้พักอาศัยในปัจจุบันได้ใช้เป็นที่ออกกำลังกายตามใจชอบ (นอกเหนือจากการมีสระว่ายน้ำและห้องออกกำลังกายในร่มที่จัดไว้ให้บริการ)

สำหรับตัวเองนั้น มีจักรยานคู่ใจที่ใช้ปั่นไปตามถนนลาดยางเล็กๆ เพื่อไปปั่นวนอีกหลายสิบรอบในสวนที่ตั้งอยู่ด้านในสุด ตลอดเส้นทางเล็กๆ เงียบสงบร่มรื่นด้วยไม้ใหญ่นี้ ได้เห็นผู้สูงวัยผู้อาศัยร่วมโครงการหลายคนร่วมมือ ลงแรงกันปลูกต้นไม้สารพัดชนิดลงในพื้นที่ว่างเปล่าที่มีอยู่รอบริมคลองเล็กๆ ได้ทักทายกับแม่ค้าขายอาหารปรุงร้อนๆ ใส่ถุงมาเต็มตะกร้าขนาดย่อมแขวนหน้ารถจักรยานปั่นขายไปทั่วบริเวณ ได้เห็นเด็กนักเรียนอนุบาลจำนวนไม่น้อยกว่า 20 คนที่เดินตามครูมาจากโรงเรียนที่อยู่ใกล้ๆกับโครงการ มาที่บ้านพักคนงานหลังเลิกเรียน (เพื่อเรียนพิเศษอีก) ส่งเสียงแจ้วๆ อ่านหนังสือ ทำการบ้าน อยู่กับครูต่อจนถึงเวลาเย็นมาก (ราว 6 โมง) ได้เวลาพ่อแม่ ปู่ย่าตายาย มารับกลับบ้าน ได้เห็นดอกไม้ดอกกระจิดริดสีสดใสโผล่ขึ้นตามริมทาง ออกกำลังจนใกล้ค่ำได้เวลากลับเข้าห้องพักของตัวเอง ได้มีโอกาสเห็นพระอาทิตย์กำลังตกดิน ส่องแสงสีทองระยิบระยับบนผิวน้ำที่ไหวเป็นระลอกในหนองน้ำข้างห้องพัก เห็นฟองอากาศที่เกิดจากปลาฮุบน้ำหายใจ ได้ยินเสียงนกร้องเซ็งแซ่กลับรัง ได้เห็นนกสีดำสองตัวที่บินมาเกาะยอดไม้เป็นประจำยืนสงบนิ่ง เหมือนรอคอยอะไรบางอย่าง ความสวยงามของธรรมชาติ พระอาทิตย์ขึ้น พระอาทิตย์ตก พระจันทร์เต็มดวง เสียงนกร้องน่ารัก นกเกาะนิ่งบนกิ่งไม้ ชีวิตเรียบๆของผู้คนที่ได้พานพบรอบตัว เช่นนี้ทำให้เกิดความรู้สึก “สงบเย็น” ในจิตใจได้ไม่ยากเลย เสียดายเวลาหลายสิบปีที่ผันผ่านไปที่แม้มีโอกาสได้ ‘มอง’ แต่กลับไม่ ‘เห็น’ ความงดงามที่อยู่รอบตัวเหล่านี้เพราะใจที่หมกมุ่นอยู่กับความวุ่นวายอื่นๆ ที่เข้ามาในชีวิต

ขีวิตที่ดี

อย่างที่เกริ่นมาตั้งแต่ต้น ความหมายของคำว่า “ชีวิตที่ดี” สำหรับแต่ละคนนั้นแตกต่างกันไป แต่สิ่งที่น่าจะยอมรับได้เหมือนกัน คือกิจกรรมชีวิตใดๆ ก็ตาม ที่ทำแล้ว ทำให้ตัวเรารู้สึกสงบเย็นเป็นสุข และมีความพึงใจกับสิ่งที่ประสบพบพานในแต่ละวัน มากบ้าง น้อยบ้าง ก็น่าจะถือว่าเรามีชีวิตที่ดีได้แล้ว คนในวัยที่เรียกว่า ไม้ใกล้ฝั่ง (แม้ว่าฝั่งของบางคนอาจต้องไปกันอีกยาวไกลหลังวัยเกษียณอายุ) ไม่น่าจะมีเป้าหมายสำคัญในชีวิตหลงเหลืออยู่มากนักที่ต้องตะเกียกตะกายไขว่คว้าเพื่อไปให้ถึงเช่นเดียวกับคนวัยหนุ่มสาวอีกต่อไป จึงน่าจะใช้เวลาที่เหลืออยู่ไม่ว่าจะมากหรือน้อย (ไม่มีใครรู้) ได้ทัศนาและชื่นชมความสวยงามของสรรพสิ่งตามเส้นทางที่เดินผ่าน เพื่อความรื่นรมย์และคืนกำไรให้แก่ชีวิตที่ (หลายคน) เคยต้องเผชิญความทุกข์ยากในเวลาที่ผ่านมาหลายปี และหากเป็นไปได้ บนเส้นทางที่เวลาเหลือให้เดินได้ไม่นานนักนี้ ได้แบ่งปันความสุข ให้ความช่วยเหลือ อนุเคราะห์แก่ทั้งผู้คนและสัตว์ร่วมโลกอีกมากมายที่ยังต้องการความช่วยเหลือบ้างตามฐานานุรูป เหล่านี้ก็น่าจะเรียกได้ว่าเป็นชีวิตที่ดีที่สงบเย็น และเป็นประโยชน์ 

สมัครสมาชิกจดหมายข่าว

จดหมายข่าวฯ ราย 2 เดือน ปีละ 6 ฉบับ

กรุณากรอก e-mail ของท่าน

(ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น)



Since 25 December 2012