ประชากรต่างแดน

ความไม่สมดุลระหว่างประชากรกว่าพันล้านคนและสาธารณสุขพื้นฐาน

อมรา สุนทรธาดา This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

การบริหารประเทศที่มีประชากรกว่า 1,200 ล้านคน ที่มีช่องว่างและความแตกต่างระหว่างคนมีฐานะและคนยากจน ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับผู้บริหารประเทศที่จะเลือกว่าอะไรควรเป็นนโยบายเร่งด่วน จีน และอินเดีย ประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลกมีปัญหาคล้ายๆ กันด้านสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ข้อแตกต่างเป็นเพียงการบรรลุเป้าหมายในการแก้ปัญหา เรื่องนี้จีนทำได้เร็วและมีประสิทธิภาพมากกว่าอินเดีย

ปัญหาหลักด้านบริการพื้นฐานสาธารณสุขของอินเดียเข้าขั้นวิกฤตสองเรื่องใหญ่ๆ ได้แก่ การจัดหาน้ำดื่มสะอาดให้เพียงพอ และส้วมที่ถูกสุขลักษณะ สำมะโนประชากรปีล่าสุดระบุว่า ประชากรประมาณ 636 ล้านคนไม่มีส้วมใช้เมื่อเทียบกับสถิติประชากรโลกประมาณ 2,500 ล้านคนต้องใช้บริการ ‘สุขาลมโชย’ และจากรายงานขององค์การอนามัยโลกและยูนิเซฟ ปี 2555 ระบุว่า ในจำนวนครัวเรือน 247 ล้านครัวเรือน มีเพียงร้อยละ 47 ที่มีส้วมใช้ที่บ้าน

น้ำดื่มสะอาดและการมีส้วมที่ถูกสุขลักษณะเป็นเรื่องที่สำคัญแน่นอน เพราะเกี่ยวข้องกับสุขอนามัยอย่างไม่มีข้อถกเถียง ประชากรของอินเดียเสียชิวิตจากโรคทางเดินอาหารทุกปีราว  600,000 คน ในจำนวนนี้เกือบร้อยละ 90 เสียชีวิตจากโรคท้องร่วงอย่างรุนแรง การบำบัดน้ำเสียจากครัวเรือนทำได้เพียง ร้อยละ 27 เท่านั้น ที่เหลือไหลลงแม่น้ำสายหลัก เช่นแม่น้ำยมุนาที่พบว่าระดับความหนาแน่นของเชื้อแบคทีเรียสูงกว่ามาตรฐาน ถึง 10,000 เท่า แม้ว่าจะมีมาตรการบำบัดน้ำเสียมายาวนานถึง 15 ปี แต่ไม่ส่งผลใดๆ เลย

อินเดียได้รับความช่วยเหลือจากแหล่งเงินทุนภายนอกในเรื่องการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและสาธารณูปโภค ประมาณ 830 ล้านดอลลาร์ต่อปี ซึ่งมากเป็นสองเท่าเมื่อเปรียบเทียบกับจีนที่มีประชากรหลักพันล้านคนเช่นกัน แหล่งทุนส่วนใหญ่ได้จากประเทศญี่ปุ่น ราว 635 ล้านดอลลาร์ ที่เหลือได้จากธนาคารโลก ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย และเยอรมนี มีผลให้การบริหารจัดการน้ำสะอาดทำได้ในระดับหนึ่ง โดยรัฐสามารถจัดหาน้ำสะอาด 40 ลิตร/คน/วันในรัศมีการอยู่อาศัยระยะทาง 1.6 กิโลเมตร มีเครื่องสูบน้ำสาธารณะ 1 เครื่องต่อประชากร 250 คน

นายโมดี นายกรัฐมนตรีหนุ่มโสดของอินเดีย ผู้ได้รับคะแนนเสียงท่วมท้นในการเลือกตั้งครั้งล่าสุดเมื่อปีที่แล้ว ประกาศเจตนารมณ์เรื่องดังกล่าวให้เป็นนโยบายระดับชาติ ปักหมุดไว้ภายในปี 2562 อินเดียต้องปลอดขยะ จะมีส้วมใช้ทุกครัวเรือน มีน้ำสะอาดดื่มอย่างพอเพียง วาทกรรมของเขาดังชั่วข้ามคืนนายโมดีไม่ได้สื่อโดยตรงไปยังเพื่อนร่วมชาติของเขาเท่านั้น แต่ยังไปย้ำความตั้งใจอีกครั้งในการไปเยือนออสเตรเลียอย่างเป็นทางการเพื่อกระตุ้นสังคมโลกและเพื่อนร่วมชาติที่อาศัยอยู่ในออสเตรเลียให้เห็นความตั้งใจจริงในเรื่องนี้

เขากล่าวสุนทรพจน์ในวันครบรอบวันประกาศอิสรภาพแห่งชาติอีกครั้งว่า ‘ผมมาจากครอบครัวที่ยากจนและคุ้นเคยดีกับความแร้นแค้น ผู้ยากไร้มีศักดิ์ศรีความเป็นคนเหมือนท่าน จงให้โอกาสพวกเขาเพื่อเข้าถึงสุขอนามัยพื้นฐานด้วย’

นโยบาย India Clean ภายในปี 2562 จึงเป็นเรื่องที่นายกรัฐมนตรีขวัญใจคนจนผู้นี้ต้องพิสูจน์ นายโมดี ตั้งงบประมาณ ราว 32,000 ดอลลาร์/หมู่บ้าน รวม 650,000 หมู่บ้าน เพื่อสร้างส้วมตามนโยบาย Clean India Campaign

การรับมือกับปัญหาสาธารณสุขสำหรับประเทศที่มีประชากรหลักพันล้านไม่ใช่เรื่องง่าย ความพยายามของรัฐบาลในอดีตก็มีนโยบายคล้ายกันแต่คว้าน้ำเหลวเพราะประชาชนส่วนใหญ่ที่ฐานะยากจนยังไม่เปลี่ยนทัศนคติและพฤติกรรม ประชากรหญิงราว 1 ใน 3 ไม่มีส้วมใช้หรือไม่ยอมใช้ส้วม และยังมีวิถีชีวิตแบบเดิมด้วยการทำธุรกิจส่วนตัวนอกบ้านก่อนรุ่งสาง ซึ่งในบางกรณีไม่ปลอดภัยกับตนเอง เช่น การถูกข่มขืน กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นกับเด็กหญิงพี่น้องอายุ 12 และ 14 มาแล้วที่ออกมาทำธุระส่วนตัวให้เสร็จก่อนรุ่งสางเพื่อปลอดสายตาผู้คน แต่เธอไม่รอดสายตาชายขับรถบรรทุกและเธอทั้งสองถูกทำร้ายจนเสียชีวิต

ผลการวิจัยในปี 2555 ของ Research Institute for Compassionate Economics ร่วมกับ Global Safe Water สัมภาษณ์ประชากร 22,000 คน เกี่ยวกับความคิดเห็นเรื่องการใช้ส้วม พบว่า กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 40 ที่มีส้วมใช้แต่สมาชิกในครอบครัวอย่างน้อยหนึ่งคนยังใช้บริการ ‘สุขาลมโชย’ ร้อยละ 53 ไม่เคยใช้ส้วมที่มีอยู่ที่บ้านเลย สาเหตุที่ไม่ใช้เกี่ยวข้องกับทัศนคติล้วนๆ กล่าวคือ มีทัศนคติว่าการถ่ายของเสียในบ้านเป็นเรื่องอัปมงคล ไม่ใช่เพราะขาดน้ำทำความสะอาดส้วม หรือการเป็นธุระกำจัดถังรองของเสียทุกสัปดาห์สำหรับส้วมหลุม นอกจากนี้ยังเห็นว่า ผู้ป่วยและผู้สูงอายุเท่านั้นที่ควรขับถ่ายที่บ้าน การไปถ่ายนอกบ้านในที่สาธารณไม่ใช่เป็นสิ่งน่ารังเกียจ กลับเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตที่เป็นธรรมชาติเสียด้วยซ้ำ

ผลการวิจัยดังกล่าวน่าจะทำให้รัฐบาลของนายกฯโมดี หืดขึ้นคอแน่ๆ สำหรับนโยบาย ‘อินเดียสะอาด ภายในปี 2562 เพราะเปลี่ยนอะไรก็เปลี่ยนได้แต่เปลี่ยนทัศนคตินั้นต้องอาศัยเวลา

 

 ความไม่สมดุลระหว่างประชากรกว่าพันล้านคนและสาธารณสุขพื้นฐาน

ผู้หญิงและเด็กยังเป็นกำลังสำคัญเรื่องน้ำดื่มในครัวเรือน

 

ความไม่สมดุลระหว่างประชากรกว่าพันล้านคนและสาธารณสุขพื้นฐาน 

นายนเรนท์ โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย

 

 ความไม่สมดุลระหว่างประชากรกว่าพันล้านคนและสาธารณสุขพื้นฐาน

 ‘สุขาลมโชย’ ที่พึ่งจำเป็นสำหรับคนกว่า 600 ล้านคน

 

สมัครสมาชิกจดหมายข่าว

จดหมายข่าวฯ ราย 2 เดือน ปีละ 6 ฉบับ

กรุณากรอก e-mail ของท่าน

(ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น)



Since 25 December 2012